‘กัน จอมพลัง’ ลุยเช็กบิลนายจ้างโหด ทารุณสาวใช้ ซ้ำแจ้งจับกล่าวหาลักทรัพย์

‘กัน จอมพลัง’ ลุยเช็กบิลนายจ้างโหด ทารุณสาวใช้ ซ้ำแจ้งจับกล่าวหาลักทรัพย์

‘กัน จอมพลัง’ ลุยเช็กบิลนายจ้างโหด ทารุณสาวใช้ ซ้ำแจ้งจับกล่าวหาลักทรัพย์

 

 

ข่าวที่น่าสนใจ

26 ก.พ. 68 เพจ “กันจอมพลัง ช่วยสู้” ได้ออกมาโพสต์ข้อความเกี่ยวกับเคสการทารุณกรรมลูกจ้าง โดยระบุว่า… สามารถ ลูกจ้างหนีมาขอให้ผมช่วย ถูกเจ้านายใช้ไม้หวายและไม้ไผ่ฟาดแบบทารุณเป็นประจำ บางวันโดนสั่งให้ถอดเสื้อแล้วฟาด 98 ครั้ง ในคลิปน้องร้องโหยหวนน่าสงสารมาก บางวันเอาน้ำแกงสาดหน้าน้อง ชกหน้าและหัวน้องต่อเกือบ 30 ครั้ง อันนี้แค่ส่วนน้อยยังมีอีกสารพัดวิธีทำน้อง

หลัง ๆ เริ่มหนักน้องจึงหาจังหวะหนีออกจากบ้านแต่หลังจากหนีแค่ 4 วันน้องโดนหมายจับลักทรัพย์นายจ้าง โดยนายจ้างเอาคลิปที่เห็นน้องหยิบของแต่ไม่เห็นว่าหยิบอะไรไปแจ้งความ ผมถามน้องว่าคืออะไรน้องบอกหยิบบัตรประชาชน น้องเล่าว่า นายจ้างเคยอ้างกับลูกน้องว่า สนิทกับตำรวจที่ สภ.บางกรวย น้องกลัวจึงมาหาผมช่วยพามอบตัว ผมประสานไป สภ. แต่ตำรวจไม่สน ตามจับน้องแต่ไม่พบสิ่งของตามที่นายจ้างแจ้ง สมมุติถ้าน้องไม่ได้เอาไป น้องก็ต้องได้รับความเป็นธรรมว่า มีการยัดคดีหรือไม่ ส่วนคนที่ทำน้องก็ต้องได้รับผลการกระทำ ไม่ใช่ความยุติธรรมจะเกิดแต่กับคนรวย ผมรับปากช่วย
นอกจากนี้ กัน จอมพลัง ยังระบุเพิ่มเติมในเมนต์อีกว่า ทุกคนติดตามไว้ยังมีอะไรเอ๊ะอีกเยอะ ถ้าน้องคนนี้ไม่ได้ผมช่วยผมบอกเลยโดนกระทำไม่พอติดคุกฟรีด้วย

ล่าสุดทางด้าน “กัน จอมพลัง” พาผู้เสียหาย อายุ 22 ปี ซึ่งเป็นอดีตสาวรับใช้ของบ้านหลังหนึ่งย่านบางกรวย เดินทางไปที่ สภ.บางกรวย เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีที่ถูกนายจ้างทำร้ายร่างกาย ทารุณกรรม หลังเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะนายจ้างขู่ว่ารู้จักกับตำรวจ สภ.บางกรวย รวมถึงประสานตำรวจให้ช่วยติดต่อพยานที่ยังเป็นสาวรับใช้อยู่ในบ้านหลังดังกล่าว หลังขาดการติดต่อไป เกรงจะไม่ปลอดภัย

 

โดยคดีนี้ ผู้เสียหาย เล่าว่า ก่อนหน้านี้นายจ้างได้ไปหาคนทำงานที่หมู่บ้านตนเอง และได้หลานสาวของตนเองไปทำงานก่อน แต่ทำได้พักเดียวก็กลับมา ไม่ได้ไปทำงานต่อ แต่หลานสาวก็ไม่ได้เล่าสาเหตุให้ฟัง จากนั้นตนเองจึงได้ติดต่อไปยังนายจ้าง ว่าต้องการรับสาวใช้คนใหม่หรือไม่ จนได้เข้าทำงานเมื่อ 5 ปีก่อน โดยตอนแรกตกลงเงินเดือนว่า 6 เดือนแรก จะได้เงินเดือนละ 6,000 บาท จากนั้นจะได้เดือนละ 9,000 บาท แต่นายจ้างกลับจ่ายเงินให้แค่ 6 เดือนแรก หลังจากนั้นก็ไม่จ่ายอีกเลย โดยอ้างว่าจะเก็บไว้ให้เป็นเงินก้อนใหญ่ และให้ทีเดียวตอนตนเองกลับบ้าน ซึ่งยอดล่าสุดที่ทวงถามไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2567 อยู่ที่ประมาณ 2 แสน 7 หมื่นบาท ตนเองจึงเชื่อใจคิดว่าจะเก็บไว้ให้จริง แต่ก็ไม่เคยได้เงินจำนวนดังกล่าว

 

 

ต่อมาเดือนตุลาคม ปี 2567 ตนเองก็เริ่มถูกนายจ้างทำร้ายร่างกาย ด้วยการทุบตีศีรษะ ให้ถอดเสื้อและเอาไม้ฟาดกว่า 100 ครั้ง เพราะนายจ้างให้ตนเองไลฟ์สด ขายของออนไลน์ เนื่องจากนายจ้างทำธุรกิจขายของแบรนด์เนม แต่ตนเองทำงานดังกล่าวไม่เสร็จ ส่งผลกระทบต่อเพื่อนร่วมงาน เช่น ต้องแพ็คสินค้าส่งลูกค้า นอกจากนี้ยังเคยถูกน้ำแกงสาด เพราะตนเองทำกับข้าวน้อย ไม่พอให้คนในบ้านกิน ทำให้นายจ้างไม่พอใจ นอกจากนี้นายจ้างยังยึดโทรศัพท์และบัตรประชาชน ไม่ให้ติดต่อญาติพี่น้อง จนกระทั่งครั้งหนึ่งตนเองเคยแอบหยิบโทรศัพท์ของนายจ้างโทรหาญาติ แต่ถูกนายจ้างจับได้ และแจ้งความลงบันทึกประจำวันกล่าวหาว่าตนเองลักทรัพย์โทรศัพท์ไปโทรหาญาติโดยไม่ได้รับอนุญาต

ซึ่งเหตุทำร้ายร่างกายนั้น มีคลิปกล้องวงจรปิดภายในบ้านเป็นหลักฐาน แต่ตนเองไม่กล้าแจ้งความ เพราะนายจ้างขู่ว่ารู้จักกับตำรวจ สภ.บางกรวย และเคยเห็นนายจ้างนำของแบรนด์เนมมาให้ตำรวจด้วย แต่ตนเองไม่รู้ว่าตำรวจคนนั้นเป็นใคร และตอนแรกก็คิดว่าจะหนีออกมาดีหรือไม่ เพราะตนเองก็ไม่มีเงิน

กระทั่งล่าสุดวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ตนเองทนไม่ไหว ตัดสินใจหนีออกมาจากบ้านนายจ้าง เพราะเกรงว่าจะไม่มีชีวิตรอด และได้แอบหยิบบัตรประชาชนของตนเองจากตู้ในบ้านออกมาด้วย แต่กลับถูกนายจ้างนำกล้องวงจรปิดขณะที่ตนเองหยิบบัตรประชาชน มาใส่ร้ายว่าตนเองกำลังหยิบทอง 1 บาท ออกมาด้วย แต่ตนเองยืนยันว่าไม่ได้ขโมยทรัพย์สินใดๆ ของนายจ้างออกมา ส่วนทอง 1 บาท นั้นนายจ้างเป็นคนให้ตนเองเอาไปขาย ได้เงินมา 30,000-40,000 บาทเพื่อนำเงินมาช่วยเหลือคดีของเพื่อนนายจ้าง โดยตนเองก็ได้นำเงินเข้าบัญชีนายจ้างไปแล้ว

 

ด้าน “กัน จอมพลัง” บอกว่า คดีนี้มีพิรุธหลายอย่าง ตั้งแต่ที่นายจ้างแจ้งความดำเนินคดีกับผู้เสียหาย เรื่องลักทรัพย์ทอง 1 บาท และตำรวจ สภ.บางกรวยทำงานเร็วมาก ใช้เวลาเพียง 4 วัน ก็ออกหมายจับแล้ว และส่งหมายไปที่บ้านนายจ้าง เพราะผู้เสียหายอยากเรียนหนังสือ นายจ้างจึงให้นำชื่ออใส่ไว้ในทะเบียนบ้านนายจ้าง โชคดีที่มีเพื่อนสาวรับใช้เห็นหมายและส่งข่าวให้ผู้เสียหายทราบ ผู้เสียหายจึงประสานมาที่ตนเอง เพื่อให้พาเข้ามอบตัว ตนเองจึงได้ประสานทนายและตำรวจ สภ.บางกรวยมาแล้ว แต่ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น ตำรวจกลับไปจับกุมผู้เสียหายที่ย่านสายไหม โดยอ้างว่าไม่ทราบว่าผู้เสียหายจะมอบตัว น่าจะเกิดการสื่อสารผิดพลาด จากนั้นตนเองก็ได้ประสานกระทรวงยุติธรรมให้มาประกันตัวผู้เสียหาย แต่กลับถูกนายจ้างชิงมาประกันตัวก่อน และตำรวจก็ให้ประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน โดยอ้างว่าผู้เสียหายยินยอม

ส่วนทองที่นายจ้างบอกว่าผู้เสียหายเอาไป ตำรวจก็ไม่เจอของกลางที่ตัวผู้เสียหาย แต่เป็นนายจ้างที่ให้ผู้เสียหายเอาทองไปขาย และได้นำเงินเข้าบัญชีนายจ้างแล้ว ซึ่งก็สามารถตรวจสอบกับทางธนาคารได้ ดังนั้นถ้าผู้เสียหายไม่ได้เอาของไปจริง จะเป็นการยัดคดีให้ผู้เสียหายหรือไม่

ส่วนประเด็นทำร้ายร่างกายนั้น ก็ได้ให้ผู้เสียหายแจ้งความกลับนายจ้างฐานทำร้ายร่างกายไปแล้ว แต่เมื่อสอบถามทางตำรวจ สภ.บางกรวยว่าจะออกเป็นหมายเรียก หรือหมายจับ ก็ได้รับคำตอบว่าจะออกเป็นหมายเรียกก่อน เพราะนายจ้างมีอาชีพมั่นคง มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ซึ่งตนเองเห็นว่าไม่เท่าเทียม เพราะผู้เสียหายเป็นสาวใช้ถูกออกหมายจับ แต่นายจ้างกลับออกหมายเรียก จึงได้ประสานไปยังผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ก่อนที่ต่อมาตำรวจจะออกเป็นหมายจับ และไปจับนายจ้างที่บ้าน แต่สุดท้ายก็ให้ประกันตัวนายจ้างในชั้นพนักงานสอบสวน ทั้งที่คดีนายจ้างทารุณกรรมลูกจ้างอื่นๆ ที่ตนเองเคยช่วยเหลือ ตำรวจจะไม่ให้ประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน

 

ทั้งนี้จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมามีคนโทรไปหาเพื่อนของผู้เสียหาย ที่ผู้เสียหายหนีไปอยู่ด้วยวันแรก บอกว่าตำรวจจะเข้าบุกค้น ทำให้เกิดความหวาดกลัว และรู้สึกเป็นห่วงพยานอีกคนที่เป็นเพื่อน และยังทำงานเป็นสาวรับใช้ในบ้านนายจ้าง ที่ปัจจุบันขาดการติดต่อไป เกรงจะไม่ปลอดภัย ซึ่งหากช่วยเหลือพยานคนนี้ออกมาได้ และไม่มีงานทำ ตนเองก็พร้อมจะช่วยเหลือ

อย่างไรก็ตามวันนี้ผู้กำกับ และรองผู้กำกับการ สภ.บางกรวย ติดภารกิจ ไม่อยู่รับเรื่อง ทำให้รองผู้กำกับการป้องกันและปราบปราม สภ.บางกรวย รับเรื่องแทน โดยยืนยันจะรายงานผู้บังคับบัญชา และรับดำเนินการทุกอย่างที่ผู้เสียหายยังติดใจ รวมถึงจะส่งสายตรวจไปตรวจสอบพยานที่เป็นสาวใช้อีกคนว่ายังปลอดภัยดีหรือไม่ด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ทั่วโลกจับตาเซเลนสกี้ไปสหรัฐศุกร์นี้ทำข้อตกลงแรร์เอิร์ธ
ส่องแปลน "บ้านเพื่อคนไทย" 4 ทำเล เลือกยังไงให้ตอบโจทย์
"พิชัย" ปลื้มส่งออกไทย ม.ค.68 โตแกร่ง 13.6% เร่งเดินหน้าเจรจา FTA ยุโรป ขยายการค้า "สหราชอาณาจักร"
ผู้บริหาร "หงส์ไทย" นำทีมขอบคุณทัพนักกีฬา "พาราลิมปิก" มอบเงินอัดฉีดกว่า 2.5 ล้าน
"บิ๊กมอสสาด" แฉเอง ยุ "เนทันยาฮู" กดปุ่ม บึ้มเพจเจอร์มรณะ "ฮิซบอลเลาะห์"
หม่องผวา! “พม่า” เรียกกลับประเทศด่วน ขู่หนีทหารยึดพาสปอร์ต-จับติดคุก
ระวังโรคอุบัติใหม่! WHO ประกาศเตือนภัย โรคลึกลับที่คองโก คร่าชีวิตพลเมืองแล้ว 50 ราย
"คมนาคม" เล็งพิจารณา สั่งเลิกใช้ "รถบัส 2 ชั้น" กังวลมาตรฐานความปลอดภัย หลังเกิดเหตุเหยื่อ 17 ราย
"นบข." ไฟเขียวมาตรการ สนับสนุนเงินช่วยเหลือชาวนา ข้าวนาปรัง ไร่ละ 1,000 ไม่เกิน 10 ไร่
โลกผวาหลังโรคประหลาดคร่าชีวิตชาวคองโกกว่า 50 คน

ดู LIVE รายการ

X

เราใช้ คุ้กกี้ เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น