“วันนอร์” สั่งบรรจุสอบจริยธรรม “สส.ปูอัด” แล้ว แจ้งที่ประชุมสภาฯ ถอนวาระส่งตัวดำเนินคดี
ข่าวที่น่าสนใจ
27 ก.พ.2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม ภายหลังจบกระทู้ถาม นายวันมูหะมัดนอร์ ได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า เรื่องการขออนุญาตสภาผู้แทนราษฎร เพื่อจับกุมตัว นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สส.กทม. พรรคไทยก้าวหน้า มารับทราบข้อกล่าวหาฐานข่มขืนชำเรา เพื่อสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายในระหว่างสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร ออกจากระเบียบวาระการประชุมตามข้อบังคับการประชุมสภาฯ พ.ศ.2562 ข้อ 187 วรรค 2 เนื่องจากเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ ได้มีหนังสือแจ้งว่านายไชยามพวานได้เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว จึงหมดความจำเป็นในการขออนุญาตประธานสภาฯ ในการจับกุมตัวนายไชยามพวาน ซึ่งตนเห็นว่าเหตุการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไป จึงขอนำเรื่องนี้ออกจากระเบียบวาระการประชุม
ทำให้นายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบเพื่อถอนระเบียบวาระออก ซึ่งเรื่องนี้เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญมาตรา 125 การที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไปกระทำความผิด โดยเฉพาะเรื่องนี้เป็นความผิดอย่างร้ายแรงและกระทบความสัมพันธ์เรื่องการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ ตนไม่อยากให้เรื่องนี้ผ่านไปง่ายๆ เพราะสังคมกำลังให้ความสนใจว่าเมื่อไปมอบตัวแล้ว สภาฯ จะหลุดลอยที่จะดูแลหรือควบคุม เพราะการดำเนินคดีในคดีอาญามีชั้นพนักงานสอบสวน อัยการศาล ต่อไปเราจะปฏิบัติตัวกับ ส.ส.ท่านนั้นอย่างไร รวมถึงมี ส.ส.ผู้หญิงได้ร้องเรียนเรื่องจริยธรรมต่อประธานสภาฯ จึงอยากให้เรื่องนี้อยู่ในความสนใจของสังคม ไม่อยากให้เกิดซ้ำซากหรือซ้ำรอย แต่ตนไม่ได้ปรักปรำว่าจะมีหรือไม่มีความผิด และอยากถามประธานถึงบรรทัดฐานที่ชัดเจนในเรื่องนี้
ขณะที่นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า จริงๆ ตามข้อบังคับก็เป็นเหมือนที่ประธานสภาฯ ได้กล่าวมา เนื่องจากไม่มีความจำเป็นที่สภาฯ จะอนุญาตหรือไม่อนุญาตแล้ว แต่จะถือเป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ส.ในกรณีนี้ไม่ได้เด็ดขาด เพราะกฎหมายระบุไว้ชัดเจนว่าจำเป็นต้องมาขออนุญาตต่อสภาฯ เพราะเจตนารมณ์ในสมัยก่อนมีการฟ้องร้องเพื่อกลั่นแกล้งไม่ให้ ส.ส.มาทำหน้าที่ หรือไม่ให้มาลงมติในกฎหมายที่สำคัญ แต่ในยุคสมัยนี้สังคมเปลี่ยนแปลงไปมากจากสมัยก่อน และกฎหมายได้ระบุว่าสิ่งนี้ไม่ใช่เอกสิทธิ์เด็ดขาด แต่สามารถส่งตัว ส.ส.ไปได้หากสภาฯ มีมติ ดังนั้น ตนหวังว่าบรรทัดฐานในอนาคต ในคดีที่เป็นความผิดส่วนบุคคลโดยแท้ ที่ทราบกันดีว่าไม่ใช่การกลั่นแกล้งทางการเมือง
“ผมคิดว่ากฎหมายได้ระบุไว้แล้วว่า สภาฯ สามารถใช้วิจารณญาณแล้วแต่กรณีได้ และคิดว่าต่อไปเราคงจะไม่ได้ใช้วัฒนธรรมว่าจะไม่อนุญาตในทุกกรณี แต่ในบางกรณีเราสามารถใช้มติร่วมกัน ซึ่งเราไม่ได้พิพากษาว่าสส.ทำผิดหรือไม่ แต่เราอนุญาตให้เจ้าหน้าที่นำสส. ท่านนั้นไปดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม และให้เข้าสู่กระบวนการอย่างเป็นธรรมทุกฝ่าย จึงอยากให้สภามีบรรทัดฐานแบบนี้ในอนาคต”
จากนั้น นายวันมูหะมัดนอร์ ชี้แจงว่า เป็นไปตามข้อบังคับ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำหนังสือแจ้งมาที่สภาฯ เพราะนายไชยามพวานได้เข้าไปมอบตัวแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าเมื่อมอบตัวแล้วจะไม่ดำเนินการอะไร ในช่วงเปิดสมัยประชุม ในวันที่ไม่มีการประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถนำตัวไปสอบสวนได้ แต่วันที่มีการประชุมก็ต้องให้มาประชุมตามปกติ นี่เป็นเงื่อนไขของการจับกุมตัว ไม่ใช่ว่ามีอิสระอะไร ต้องอยู่ภายใต้บังคับตำรวจ ส่วนสภาฯ เมื่อขอถอนแล้วก็ถือว่าหมดความจำเป็น ไม่ต้องดำเนินการอะไรแต่หากนายไชยามพวานยังไม่ไปมอบตัว วันนี้เราก็ต้องมีการถามมติว่าจะให้ดำเนินคดีหรือให้นายไชยามพวานไปรายงานตัว ส่วนเรื่องการร้องจริยธรรมนั้น ตนได้สั่งให้มีการบรรจุระเบียบวาระของคณะกรรมการจริยธรรมแล้ว ซึ่งคณะกรรมการฯ จะได้ดำเนินการต่อไป
“ย้ำว่าเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ไม่ได้หมายความว่าตำรวจหรือรัฐบาลจะไปกลั่นแกล้งสมาชิกได้ ต้องให้สิทธิ์สมาชิกสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เต็มที่”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวล่าสุด
เราใช้ คุ้กกี้ เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น