เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2564 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือหญิงไทยที่ร้องขอความช่วยเหลือทางโซเชียลมีเดียว่าถูกหลอกให้มาขายบริการและขอความช่วยเหลือกลับไทยนั้น ในเรื่องนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และกระทรวงแรงงานภายใต้การกำกับดูแลของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ติดตามสถานการณ์ด้านแรงงานและมีความห่วงใยสาวไทยรายดังกล่าวที่เดินทางไปต่างประเทศและถูกหลอก จึงได้สั่งการให้กระทรวงแรงงานประสานความช่วยเหลือสาวไทยรายนี้ให้ได้รับความปลอดภัย ล่าสุดในวันนี้ (20 ก.ย.64) ผมในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานจึงได้สั่งการให้ทูตแรงงานประสานให้ความช่วยเหลือโดยเร่งด่วน
นายสุชาติ กล่าวต่อว่า จากรายงานของนางปลิดา ร่วมคำ อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) รายงานว่าตนพร้อมคณะเจ้าหน้าที่ได้ร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริงพร้อมทั้งประสานขอความช่วยเหลือจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบีและสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ โดยพยายามติดต่อแชททางไลน์กับผู้ร้องพบว่าผู้ร้องชื่อนางสาวสายสมร โกจันทึก มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดสระแก้ว เดินทางโดยถือวีซ่าประเภทท่องเที่ยวเข้ามา ผู้ร้องให้การว่าได้รู้จักบุคคลที่มีนามแฝงว่า ลิลลี่ ชักชวนให้มาทำงานนวดโดยไม่ได้รับค่าจ้างแต่จะได้รับเป็นเงินค่าคอมมิชชั่นการันตีอยู่ที่ประมาณเดือนละ 30,000 ถึง 40,000 บาท ตนจึงตัดสินใจเดินทางมาเมืองดูไบโดยใช้วีซ่านักท่องเที่ยวและได้เดินทางมาถึงเมืองดูไบ เมื่อวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา เมื่อมาถึงได้มีแท็กชี่มารับที่สนามบินและพาไปทำงานที่รัฐราสอัลไคมาห์ (ทราบภายหลัง) ปรากฏว่าไม่เป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ โดยคนที่ชื่อลิลลี่แจ้งให้ขายบริการทางเพศอย่างเดียวไม่ได้นวดตามที่พูดคุยกันไว้ตนไม่สามารถที่จะขายตัวตามที่ตกลงกันได้ จึงขอยกเลิกที่จะเดินทางกลับประเทศไทย และคนที่ชื่อลิลลี่จึงเรียกร้องค่าเสียหายเป็นเงิน 70,000 บาท ทั้งนี้ เนื่องจากได้จ่ายค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าวีซ่า และค่าอื่น ๆ ให้กับผู้ร้อง ผู้ร้องจึงพยายามติดต่อไปยังเพจต่างๆแต่แจ้งว่าไม่ได้ติดต่อกับสถานทูตไทย หรือสถานกงสุลไทย หรือฝ่ายแรงงาน เนื่องจากเมื่อเดินทางมาถึงแล้วไม่มีโทรศัพท์ใช้ มีเพียงสัญญาณ WiFi ดังนั้นเจ้าหน้าที่จึงพยายามที่จะติดต่อกับบุคคลดังกล่าวเมื่อกระแสของการ live ใน facebook มากขึ้น และบุคคลที่ทำงานในร้านดังกล่าวเห็นว่าผู้ร้องได้ติดต่อขอความช่วยเหลือจากหน่วยราชการไทย จึงทำการปิดร้านและนำหนังสือเดินทางมาคืนให้ พร้อมทั้งดำเนินการลบแชทการติดต่อ และเรียกแท็กซี่ส่งผู้ร้องไปที่สนามบินดูไบ ทั้งนี้ ฝ่ายแรงงานจึงทำการนัดหมายคนขับรถแท็กชี่ให้พาผู้ร้องมาเจอกันที่สนามบินดูไบและได้พาผู้ร้องไปสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการเดินทางกลับประเทศไทยต่อไป
รมว.แรงงาน ยังได้เน้นย้ำสำหรับแรงงานไทยที่จะเดินทางไปทำงานต่างประเทศ จะต้องไปทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายจะได้รับการคุ้มครอง และสมัครเป็นสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ จะได้รับการดูแลสิทธิประโยชน์หากประสบอันตราย หรือประสบปัญหาเหมือนเช่นกรณีดังกล่าว ซึ่งสามารถโทรสอบถามได้ที่สายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน