เมียช่างเหล็ก เล่าทั้งน้ำตา ไม่มีโอกาสใช้ชีวิตหลังเกษียณกับสามี ทำได้เพียงนำร่างกลับภูมิลำเนา

เมียช่างเหล็ก เล่าทั้งน้ำตา ไม่มีโอกาสใช้ชีวิตหลังเกษียณกับสามี ทำได้เพียงนำร่างกลับภูมิลำเนา

จากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศเมียนมา เกิดการเคลื่อนตัวของรอยเลื่อน “สะกาย” ซึ่งรอยเลื่อนดังกล่าวเป็นรอยเลื่อนขนาดใหญ่ และส่งผลกระทบหลายพื้นที่ หนึ่งในนั้นคือ ประเทศไทย ที่รับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนเกือบทั่วประเทศ ส่งผลกระทบให้อาคารในหลายพื้นที่เกิดรอยร้าว และอาคารที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคงไม่พ้นอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ขนาด 30 ชั้น ที่กำลังก่อสร้างอยู่ ได้ถล่มลงมาทั้งหมด ส่งผลให้คนงานหลายสิบคนเสียชีวิต และติดอยู่ในซากอาคารหลายคน ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติการค้นหามากว่า 3 วันแล้ว

 

ข่าวที่น่าสนใจ

ล่าสุด เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (31 มี.ค.68) นางสาวณัฐนันท์ แก้วไกยสิทธิ์ อายุ 49 ปี ภรรยาของ นายนอย ธิชะ อายุ 53 ปี หนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุอาคาร สตง.ถล่ม ได้บอกกับทีมข่าวทั้งน้ำตาว่า ในตอนเกิดเหตุนั้น ตนเองไม่เชื่อว่าตึกที่สามีทำงานอยู่ถล่มลงมา หลังจากนั้นมีคนมาบอกว่าตึกที่สามีทำงานเกิดถล่ม ตนเองจึงพยายามติดต่อสามีในเวลา 13.36 น. แต่ติดต่อไม่ได้ ด้วยความร้อนใจ ตนเองจึงรีบเดินทางไปที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงได้เห็นสภาพของตึกที่ถล่มลงมาแล้ว ตนเองก็ยังมีความหวังว่าสามีน่าจะปลอดภัย แต่อีกใจหนึ่งก็หวั่นว่าสามีจะเสียชีวิต เพราะสามีทำงานอยู่บริเวณชั้นบนของตึกดังกล่าว

 

 

 

ตนเองได้แต่ภาวนาให้สามีปลอดภัย แต่แล้วปาฏิหาริย์ไม่มีจริง เมื่อเห็นชื่อสามีอยู่ในรายชื่อของผู้เสียชีวิต ตนเองถึงกับใจสลาย และรีบเดินทางมายังสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อยืนยันว่าศพดังกล่าวเป็นสามีจริง

นอกจากนี้ นางสาวณัฐนันท์ ยังบอกกับทีมข่าวอีกว่า ก่อนเกิดเหตุ คล้ายกับมีลางบอกเหตุ เพราะสามีได้แต่งตัวไปทำงานผิดไปจากปกติ จากที่เคยใส่ชุดทำงาน เจ้าตัวกลับใส่ชุดไพรเวตที่ชอบแทน และในช่วงเวลา 11.45 น. สามีได้นัดกับตนเองว่าในเย็นวันนั้น จะมากินหมูกระทะด้วยกัน ซึ่งเป็นการพูดครั้งสุดท้ายก่อนเกิดเหตุสลด หลังจากนั้น ตนเองก็ติดต่อสามีไม่ได้อีกเลย ก่อนจะมารู้ข่าวว่าสามีได้จากตนเองไปแล้ว

 

ที่ผ่านมา สามีจะทำหน้าที่เชื่อมเหล็กในตึกเกิดเหตุ แต่ไม่เคยเล่าปัญหาเรื่องที่ทำงานให้ฟัง และไม่เคยถามปัญหาที่ทำงานของเขา ส่วนกระแสข่าวที่บอกว่าอุบัติเหตุครั้งนี้น่าจะเกิดจากปัญหาของเหล็กที่สามีทำ ซึ่งก็ยอมรับว่า เหล็กที่เห็นหลังจากตึกถล่มลงมาค่อนข้างจะบาง แต่ไม่ขอพูดในรายละเอียดเรื่องนี้ เพราะที่ผ่านมาระหว่างตนเอง และสามีก็พูดคุยกันแต่เรื่องอนาคต ซึ่งตนเองจะเป็นคนผ่อนบ้าน ส่วนสามีจะเป็นคนผ่อนรถ ซึ่งในอนาคตวางแผนไว้ว่า จะเก็บเงินให้ได้สักก้อน แล้วจะย้ายไปอยู่ที่จังหวัดน่านด้วยกัน แต่ในวันนี้คงทำไม่ได้อย่างที่พูดแล้ว คงจะทำได้เพียงนั่งรถไปกับเจ้าหน้าที่กู้ภัย เพื่อนำร่างของสามีกลับไปส่งที่บ้านเกิดในตำบลป่าแลวหลวง อำเภอสันติสุข จังหวัดน่าน เพื่อให้ครอบครัวของสามีได้ทำพิธีตามศาสนา

 

 

หลังจากที่สถาบันนิติเวช ยืนยันว่าผู้เสียชีวิต ทั้ง 4 รายเป็นใคร จึงทำให้ในวันนี้ มีญาติของผู้เสียชีวิตต่างทยอยเข้ามาติดต่อขอรับศพนำกลับภูมิลำเนา โดยได้การสนับสนุนจากมูลนิธิร่วมกตัญญู จะนำร่างของผู้เสียชีวิตส่งกลับภูมิลำเนาฟรี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

วธ. ชวนประชาชนร่วมงานสัปดาห์วันอนุรักษ์มรดกไทย 2-8 เม.ย.นี้ น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ "กรมสมเด็จพระเทพฯ"
“ว้าแดง” ขนยาเย้ยอาฟเตอร์ช็อก! “ทัพเจ้าตาก” ซัดโป้ง ยึด 1.2 ล้านเม็ด
"SEP GROUP" รุกสร้างท่าเทียบเรือแห่งแรก "บางปู" แก้ปัญหาจราจร กระตุ้นท่องเที่ยวทางทะเล
"กทม." แถลงความคืบหน้า อาคาร สตง.ถล่ม ค้นหาผู้สูญหาย 79 ราย เร่งเจาะคอนกรีตลึก 2 เมตร หวังพบผู้ติดค้าง
รวบแล้ว "2 โจ๋" ทดลองทำระเบิด โยนตามถนน เด็ก 9 ขวบเก็บมาเล่น ดับสลด
มาแน่ "กรมอุตุฯ" ประกาศฉบับ 7 เตือน "ภาคใต้" ฝนตกหนักถึงหนักมาก จว.ไหนบ้างเช็กเลย
นักวิเคราะห์ชี้ทรัมป์จ้องเล่นอินโดจีนเพราะสนิทจีน
"กรมศิลปากร" จัดกิจกรรมรณรงค์ดูแลรักษามรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ ณ วัดอัปสรสวรรค์วรวิหาร เนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย
"ก.แรงงาน" จ่อฟ้อง 21 บริษัท เรียกร้องเงินเยียวยา ผู้ประสบเหตุอาคาร สตง.พังถล่ม พร้อมดูแลญาติเหยื่อต่อเนื่อง 10 ปี
"ตร.ไซเบอร์" เปิด 4 ปฏิบัติการ รวบ 7 ผู้ต้องหาแก๊งลวงออนไลน์

ดู LIVE รายการ

X

เราใช้ คุ้กกี้ เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น