“ดีเอสไอ” รับคดี “ตึกสตง.” ถล่ม เป็นคดีพิเศษ พุ่งเป้าสอบความผิด 3 ประเด็นหลัก
ข่าวที่น่าสนใจ
2 เม.ย. 2568 พันตำรวจตรียุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ยืนยันว่า กรณีที่พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับปมข้อสงสัย อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินถล่มจากเหตุแผ่นดินไหวว่า เข้าข่ายเป็นนอมินีของบริษัทต่างชาติก่อสร้างจนเป็นเหตุดังกล่าวว่า ทำให้ดีเอสไอต้องเข้าไปสืบสวนข้อเท็จจริง ยืนยันว่า ขณะนี้ดีเอสไอได้รับเป็นคดีพิเศษแล้ว เนื่องจากพบเงื่อนไขที่เข้าลักษณะความผิดท้ายบัญชี ตามพระราชบัญญัติคดีพิเศษ ที่อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ สามารถใช้ดุลยพินิจพิจารณารับเข้าคดีพิเศษได้โดยไม่ต้องเข้าบอร์ดพิจารณา เช่น มีต่างด้าวเข้ามาประกอบธุรกิจ หรือเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินเกินกว่า 100 ล้านบาท โดยรับเป็นคดีพิเศษ เลขที่ 32/2568
โดยขั้นตอนหลังจากนี้ จะต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวน โดยมีรองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นหัวหน้าคณะ และมีกองที่รับผิดชอบเกี่ยวกับความผิด ประกอบด้วย 1. นอมินี 2. มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และ 3. การเสนอราคาหรือฮั้วประมูล ซึ่งยืนยันว่า ความผิดที่ชัดเจนมากที่สุดคือเรื่อง นอมินี
ซึ่งความหมายของคำว่า นอมินี คือไม่ใช่ตัวจริง ที่แม้จะพบว่ามีคนไทยถือหุ้นอยู่ร้อยละ 51 แต่ก็ต้องไปตรวจสอบกลุ่มนี้ว่า การถือหุ้นจำนวนดังกล่าวสอดคล้องกับฐานานุรูปหรือไม่ เพราะบริษัทดังกล่าวประกอบธุรกิจขนาดใหญ่และมีมูลค่ามาก โดยพบว่าคนไทยกลุ่มนี้ยังถือหุ้นกับบริษัทอื่นไม่ต่ำกว่า 3 บริษัทในเครือ จากทั้งหมด 13 บริษัท โดยจะต้องตรวจสอบเส้นทางการจดทะเบียน ประกอบธุรกิจ กรรมการผู้ถือหุ้น และตรวจสอบย้อนหลังเกี่ยวกับกลุ่มบริษัทที่ได้งานประมูลโครงการภาครัฐและอื่น ๆ ว่าเข้าข่ายฮั้วประมูลหรือไม่
ส่วนความผิดเรื่อง สมอ. ที่จะต้องตรวจสอบการ ก่อสร้างทั้งหมด โดยเฉพาะเรื่องเหล็ก แต่ในรายละเอียดอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานโดยผู้เชี่ยวชาญ ขณะที่เรื่องฮั้วประมูล ต้องไปดูเรื่องการเทียบราคากลาง และบริษัทคู่เทียบว่า มีจริงหรือไม่ ซึ่งมันจะต้องสืบสวนข้อเท็จจริงจากคดีนอมินีก่อน
สำหรับกรณีที่พนักงานสอบสวน สน. บางซื่อ มีการรวบรวมพยานหลักฐาน เป็นแฟ้มที่ชาวจีนลักลอบขนออกจากไซต์งาน หลังวันเกิดเหตุ จำนวน 37 แฟ้ม จะต้องตรวจสอบดูก่อนว่า พนักงานสอบสวนมีการรับเป็นสำนวนแล้วหรือไม่ ถ้ายังไม่ได้รับเป็นสำนวน ดีเอสไอก็สามารถเอาเอกสารดังกล่าวมาสอบสวนเองได้ แต่ถ้าหากพนักงานสอบสวนรับเป็นคดีแล้ว ก็สามารถให้ตำรวจเข้ามาเป็นคณะกรรมการสอบสวนคดีพิเศษร่วมด้วยได้ นอกจากนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับวิศวกรก่อสร้าง ที่ใช้วีซ่านักศึกษาแต่กลับเข้ามาประกอบอาชีพวิศวกร จะต้องมีการตรวจสอบรายละเอียดทั้งหมด
ส่วนกรณีเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้ปากคำ ดีเอสไอ กำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมเอกสารที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และประสานกรมสรรพกร เพื่อขอเอกสารที่เกี่ยวข้อง ก่อนจะกำหนดไทม์ไลน์และเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้ปากคำต่อไป
ทั้งนี้ ดีเอสไอยืนยันว่า ไม่ได้กังวล เรื่องการสืบสวนขยายผลเรื่องอาคารตึกถล่ม แม้มีกระแสข่าวว่าบริษัทที่ก่อสร้างอาคาร สตง. มีความสัมพันธ์กับรัฐบาลจีน และน่าจะเป็นอุปสรรคในการสืบสวนหรือไม่ ยืนยันว่าจะดำเนินการตามข้อเท็จจริงทั้งหมด หากผิดก็จะดำเนินการตามกฎหมายโดยไม่มีข้อละเว้น ส่วนกรณีที่บริษัทดังกล่าว มีความสัมพันธ์ที่ดีกับภาครัฐ ก็ย้ำว่า ไม่เป็นอุปสรรค เพราะดีเอสไอมีหน้าที่พิสูจน์ความจริงให้ปรากฎ ส่วนการที่อาคารถล่มในครั้งนี้ ไม่ทราบว่าเกิดจากสาเหตุภัยพิบัติ หรือ ข้อผิดพลาดจากการก่อสร้าง แต่ก็เป็นสิ่งที่หลายคนตั้งข้อสังเกตว่ามีความผิดปกติ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวล่าสุด
เราใช้ คุ้กกี้ เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น