“ปาย-ปางมะผ้า” ผวา! อาฟเตอร์ช็อกเขย่าหลายครั้ง “เชียงใหม่” โดนด้วย
ข่าวที่น่าสนใจ
ตอนนี้นอกจากจะต้องเฝ้าระวังการเกิดแผ่นดินไหว และอาฟเตอร์ช็อกในประเทศเมียนมาแล้ว ในเขตพื้นที่ประเทศไทยเอง ก็ใช่ว่าจะปลออดภัย เพราะในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ก็ยังต้องเจอกับแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นแบบรัวๆ เช่นกัน ที่แม้ว่าจะไม่รุนแรง แต่การเขย่าบางรอบ ก็ทำเอาคนแม่ฮ่องสอนใจหายใจคว่ำได้เหมือนกัน เพราะต้องยอมรับว่าตอนนี้คนไทยแพนิกกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวกันแทบทั้งประเทศ
โดยกองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว รายงานการเกิดแผ่นดินไหว ได้อัพเดทการเกิดแผ่นดินไหวในประเทศเมียนมา ซึ่งจากตารางจะเห็นว่าเกิดขึ้นแบบถี่ยิบตลอดทั้งวัน ของวันที่ 2 เม.ย.ที่ผ่านมา แต่ในข้อมูลไม่ได้มีแค่ที่เมียนมานี่สิคะ เพราะในตารางมีข้อมูลการเกิดแผ่นดินไหวใน จ.แม่ฮ่องสอน และ จ.เชียงใหม่ ปรากฎอยู่ แถมหลายครั้งซะด้วย
โดยตั้งแต่เวลา 07.47 น. เกิดแผ่นดินไหวขนาด 2.2 ที่ ต.ถ้ำลอด อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน เวลา 08.17 น. เกิดแผ่นดินไหวขนาด 1.4 ที่ ต.บ้านโป่ง อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่
ต่อมาเวลา 10.19 น. เกิดแผ่นดินไหวขนาด 1.8 ที่ ต.เวียงเหนือ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน
เวลา 16.49 น. เกิดแผ่นดินไหวอีกครั้งขนาด 3.1 ที่ ต.ถ้ำลอด อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน
เวลา 17.49 น. เกิดแผ่นดินไหวขนาด 3.5 ที่ ต.แม่ปั๋ง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่
และเวลา 21.00 น. เกิดแผ่นดินไหวอีกครั้งขนาด 1.9 ที่ ต.เวียงเหนือ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน
แม้จะการสั่นสะเทือนแต่ละครั้ง จะไม่ได้หนักมาก แต่ก็ต้องบอกเลยค่ะว่า ไม่มีใครชินกับเหตุการณ์แบบนี้แน่นอน
หลังจากจังหวัดแม่ฮ่องสอน ต้องเจอกับแผ่นดินไหวหนัก เมื่อวันที่ 28 มีนาคม ที่ผ่านมา และยังเจอกับ After Shock ตามมาอีกนับครั้งไม่ถ้วน จนกระทั่งเช้าของวันที่ 29 มีนาคม ทางจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้แจ้งเตือนให้ทุกพื้นที่เฝ้าระวัง และสำรวจความเสียหาย ทั้งบ้านเรือน และอาคารสูง รวมทั้งโบราณสถานทุกแห่ง หากพบความเสียหายให้รีบรายงานด่วน โดยพบว่าจุดที่น่าเป็นห่วงมาก คือที่วัดพระธาตุดอยกองมู ซึ่งเป็นโบราณสถานคู่บ้านคู่เมืองแม่ฮ่องสอน หลังการตรวจสอบก็ยังไม่พบรอยร้าว หรือความเสียหายอื่น ๆ ส่วนอาคารสูงในแม่ฮ่องสอนนั้น ก็ไม่พบการแตกร้าว หรือส่งผลกระทบแต่อย่างใด เนื่องจากอาคารสูง จะมีได้ไม่เกิน 4 ชั้นเท่านั้น เป็นไปตามมาตรการของสำนักงานโยธาธิการจังหวัด ที่กำหนดการก่อสร้างของพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนไว้ เพื่อความปลอดภัย ส่วนที่เสียหายเล็กน้อย ก็จะมีที่อาคารของแหล่งท่องเที่ยวที่ปายแคนย่อน ที่พังลงมา แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตแต่อย่างใด และมีอาคารของโรงพยาบาลสบเมย ที่บริเวณรอยต่อหน้าอาคาร ที่มีการแยกตัวออกไปเพียงเล็กน้อย ซึ่งในขณะนี้ทางอำเภอได้กันพื้นที่ห้ามใช้ไว้ก่อน เพื่อความปลอดภัย
แต่ปัญหาหนึ่งที่พบในแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ทั้งในอำเภอปาย และอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ก็คือที่น้ำพุร้อนไทรงาม และที่อุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อ ที่ต้องประกาศปิดชั่วคราว เพราะพบว่าเกิดปัญหาน้ำขุ่นข้นมากผิดปกติ โดยเฉพาะที่อุทยานแห่งชาติถ้ำปลานั้น สีของน้ำขุ่นข้น จนไม่สามารถมองเห็นปลาได้เลย นอกจากนี้ปริมาณน้ำที่เคยไหลผ่านถ้ำออกมาภายนอก ก็ลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งทางอุทยานฯ ได้ติดป้ายงดการเข้าเที่ยวชมไว้ก่อน จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น
ส่วนปัญหาหนักของแม่ฮ่องสอนจนถึงวันนี้ก็คือ ทั้งตัวเมือง มีหมอกควันปกคลุมตัวเมืองอย่างหนาแน่น เนื่องจากผลกระทบจากไฟป่า ผู้คนต่างเร่งหาซื้อหน้ากากอนามัย N95 มาสวมใส่ ช่วงที่ต้องออกจากบ้าน หรือเดินทางไปทำงาน ส่วนผู้ที่ไม่จำเป็นต้องเดินทาง-ออกจากบ้าน ก็มีประกาศแจ้งเตือน ให้อยู่แต่ภายในอาคาร งดการทำกิจกรรมกลางแจ้งเพื่อความปลอดภัย จากการสำรวจไปตามถนนสายต่าง ๆ หรือตามพื้นที่รอบนอก ก็จะพบว่าหมอกควันที่ปกคลุมนั้น ส่งผลให้ทัศนวิสัยเหลือเพียง 2-3 กิโลเมตรเท่านั้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวล่าสุด
เราใช้ คุ้กกี้ เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น