สหรัฐฯตั้งภาษีตอบโต้สินค้าไทย 36%

โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศปลดแอกทางเศรษฐกิจ เรียกเก็บภาษีคู่ค้าทั่วโลก ไทยโดน 36% อดีตหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ IMF เปรียบเหมือนหย่อนระเบิดนิวเคลียร์ลงเศรษฐกิจโลก

 

 

หลังจากปล่อยให้ทั่วโลกลุ้นระทึกมานานหลายเดือน ในที่สุด ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่า สหรัฐฯจะเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้กับสินค้าจากทุกประเทศขั้นต่ำสุด 10% ส่วนอีกประมาณ 60 ประเทศ ที่เจ้าหน้าที่ในทีมงานทรัมป์ ตีตราว่า เป็น “ผู้กระทำผิดมากที่สุด” หรือ “ปฏิบัติกับสหรัฐฯอย่างเลวร้าย” เนื่องจากได้เปรียบดุลการค้าสหรัฐฯ , ตั้งภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐสูง และกำแพงการค้าอื่น ๆ อย่างไม่เป็นธรรม ตั้งแต่ VAT ไปจนถึงมาตรฐานอาหาร จะถูกเก็บภาษีนำเข้าสูงกว่า ในอัตราครึ่งหนึ่งที่คู่ค้าเหล่านั้น เรียกเก็บจากสินค้าสหรัฐฯโดยเฉลี่ย

 

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กล่าวว่า ภาษีพื้นฐาน 10% มีผลบังคับใช้วันที่ 5 เมษายน ส่วนภาษีตอบโต้ที่สูงกว่า จะมีผลบังคับใช้วันที่ 9 เมษายน

 

ในระหว่างแถลงข่าว ที่ลานโรส การ์เดน นอกทำเนียบขาว ในงานอีเวนต์ที่มีชื่อว่า “Make America Wealthy Again” หรือทำให้อเมริกามั่งคั่งอีกครั้ง ประธานาธิบดีทรัมป์ ยกตารางการเก็บภาษีประเทศต่าง ๆ มาแสดง โดยแบ่งเป็น 3 ช่อง ซ้ายสุดเป็นรายชื่อประเทศ ช่องกลางขึ้นหัวว่า “ภาษีศุลกากรที่เรียกเก็บจากสหรัฐฯ รวมถึงการปั่นค่าเงินและกำแพงการค้าอื่นๆ” (Tariffs Charged to the USA Including Currency Manipulation and Trade Barriers) แถวขวาสุดเป็น ภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ แสดงอัตราภาษีใหม่ที่สหรัฐ จะเริ่มเก็บจากคู่ค้า

ประเทศไทย ที่เก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯโดยเฉลี่ย 72% จะถูกสหรัฐเรียกเก็บสินค้านำเข้าจากไทย 36% มหาอำนาจคู่ปรับอย่างจีน จะโดนภาษีที่ 34% พันธมิตรสำคัญอย่างสหภาพยุโรป 20% และญี่ปุ่น 24%

ทรัมป์ กล่าวว่า เขาใจดีมากแล้ว เพราะเก็บภาษีนำเข้าแค่ครึ่งเดียวจากภาษีที่ประเทศเหล่านี้คิดกับสินค้าส่งออกของสหรัฐฯ หลายสิบปีมาแล้ว ที่สหรัฐฯถูกปล้นสะดมภ์ และกระทำชำเราจากประเทศทั้งใกล้และไกล ทั้งเพื่อนและศัตรู

คนที่ร่วมฟังการแถลงข่าว มีทั้งรัฐมนตรี คนงานจากอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น เหล็ก น้ำมัน และก๊าซ พากันส่งเสียงเชียร์ ขณะทรัมป์ กล่าวว่า นี่คือการประกาศเอกราชทางเศรษฐกิจ ภาษีศุลกากรจะทำให้อเมริกามั่งคั่งอีกครั้งหนึ่ง ก่อนเสริมว่า นี่คือวันปลดแอก ที่จะถูกจดจำตลอดไปว่า เป็นวันที่อุตสาหกรรมอเมริกันถือกำเนิดขึ้นใหม่ และเป็นวันทวงคืนโชคชะตาของอเมริกา ทรัมป์บอกด้วยว่า เขาถือว่า วันนี้เป็นวันสำคัญที่สุดวันหนึ่งในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ

นักวิเคราะห์กล่าวว่า สงครามการค้าที่ลุกลามบานปลาย จะทำให้ชาวอเมริกันต้องจ่ายแพงขึ้นในการซื้อหาสินค้า อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสหรัฐฯชะลอตัว และหลายประเทศทั่วโลกอาจดำดิ่งสู่เศรษฐกิจถดถอย เคน โรกอฟฟ์ อดีตหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF บอก BBC ว่าการตัดสินใจของทรัมป์ ไม่ต่างจากการหย่อนระเบิดนิวเคลียร์ลงระบบการค้าโลก ขณะที่ทรัมป์ ยืนยันว่า มาตรการเหล่านี้มีความจำเป็น เป็นเวลาหลายปีที่พลเมืองสหรัฐฯ ที่ทำงานหนักต้องนั่งเฉย ๆ อยู่ข้างสนาม ในขณะที่ประเทศอื่นๆ พากันร่ำรวยและมีอำนาจ บนความเสียหายของสหรัฐฯ ถึงเวลาที่สหรัฐฯจะเจริญรุ่งเรืองเสียที

 

 

 

 

ข่าวที่น่าสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

พาณิชย์ขอนแก่น ยกทัพผู้ประกอบการ เข้าร่วมงาน STYLE Bangkok 2025 โชว์มนต์เสน่ห์ที่น่าหลงใหลผลิตภัณฑ์ภาคอีสาน
วธ. ชวนประชาชนร่วมงานสัปดาห์วันอนุรักษ์มรดกไทย 2-8 เม.ย.นี้ น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ "กรมสมเด็จพระเทพฯ"
“ว้าแดง” ขนยาเย้ยอาฟเตอร์ช็อก! “ทัพเจ้าตาก” ซัดโป้ง ยึด 1.2 ล้านเม็ด
"SEP GROUP" รุกสร้างท่าเทียบเรือแห่งแรก "บางปู" แก้ปัญหาจราจร กระตุ้นท่องเที่ยวทางทะเล
"กทม." แถลงความคืบหน้า อาคาร สตง.ถล่ม ค้นหาผู้สูญหาย 79 ราย เร่งเจาะคอนกรีตลึก 2 เมตร หวังพบผู้ติดค้าง
รวบแล้ว "2 โจ๋" ทดลองทำระเบิด โยนตามถนน เด็ก 9 ขวบเก็บมาเล่น ดับสลด
มาแน่ "กรมอุตุฯ" ประกาศฉบับ 7 เตือน "ภาคใต้" ฝนตกหนักถึงหนักมาก จว.ไหนบ้างเช็กเลย
นักวิเคราะห์ชี้ทรัมป์จ้องเล่นอินโดจีนเพราะสนิทจีน
"กรมศิลปากร" จัดกิจกรรมรณรงค์ดูแลรักษามรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ ณ วัดอัปสรสวรรค์วรวิหาร เนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย
"ก.แรงงาน" จ่อฟ้อง 21 บริษัท เรียกร้องเงินเยียวยา ผู้ประสบเหตุอาคาร สตง.พังถล่ม พร้อมดูแลญาติเหยื่อต่อเนื่อง 10 ปี

ดู LIVE รายการ

X

เราใช้ คุ้กกี้ เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น