หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศใช้ภาษีศุลกากรตอบโต้ประเทศคู่ค้า ที่เริ่มจาก 10% เว้นประเทศในกลุ่มที่ถูกจัดว่าตั้งกำแพงการค้ากับสหรัฐฯสูง ที่จะโดนเก็บในอัตราครึ่งหนึ่งของภาษีที่ประเทศเหล่านั้นเรียกเก็บจากสหรัฐฯ ขั้นต่อไปคือ การจับตาดูว่าแต่ละประเทศจะตอบโต้อย่างไร เมื่อนั้น หลายฝ่ายมองว่าจะเป็นจุดเริ่มของสงครามการค้าโลกครั้งใหญ่ แต่สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ บอกประเทศเหล่านั้นว่า “ให้นั่งลง หายใจลึก ๆ อย่าตอบโต้ทันที”
เบสเซนต์ ให้สัมภาษณ์กับ ไคต์แลน คอลลินส์ ผู้สื่อข่าว CNN ว่า มาดูกันก่อนว่าเรื่องนี้จะลงเอยอย่างไร เพราะหากคุณตอบโต้กลับ สถานการณ์จะยิ่งบานปลาย สงครามการค้าจะขึ้นอยู่กับประเทศนั้น ๆ อย่าลืมว่า ประวัติศาสตร์การค้าคือ สหรัฐฯคือประเทศขาดดุล ประเทศที่ขาดดุลมีข้อได้เปรียบ พวกเขาคือประเทศได้เปรียบ ประเทศที่ได้เปรียบมักพ่ายแพ้ในสงครามการค้าเสมอ ในฐานะนักศึกษาประวัติศาสตร์เศรษฐศาสตร์ หรือศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์เศรษฐกิจ ขอแนะนำว่าอย่าทำแบบนั้น
ก่อนหน้านี้ สหภาพยุโรป จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ โคลอมเบีย และเม็กซิโก ได้ประกาศไว้แล้วว่า พวกเขาจะตอบโต้มาตรการการค้าของทรัมป์ นายเบิร์นจ์ แลนจ์ ประธานคณะกรรมาธิการการค้า รัฐสภายุโรป กล่าวว่า ภาษีศุลกากรตอบโต้ของอเมริกา ไม่เป็นธรรม ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่ได้สัดส่วน แต่เบสเซนต์เตือนให้ทุกประเทศอย่าเร่งรีบทำอะไรที่ไม่ฉลาด และบอกด้วยว่า ภาษีนี้อาจจะไม่ใช่ภาษีถาวร เขาเชื่อว่ารัฐบาลทรัมป์กำลังรอดูสถานการณ์หลังจากนี้อยู่