BBC และ CNN รายงานว่ากระทรวงพาณิชย์จีนออกแถลงการณ์ในวันนี้ (พฤหัสที่ 3 เมย.) เรียกร้องสหรัฐให้ยกเลิกมาตรการกำแพงภาษีตอบโต้ฝ่ายเดียวโดยทันที ชี้สหรัฐกำลังละเมิดกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ ไม่เช่นนั้นจีนจะประกาศใช้มาตรการตอบโต้อย่างแน่นอน พร้อมกันนี้ก็เรียกร้องสหรัฐให้ใช้วิธีเจรจาเพื่อแก้ปัญหาอย่างเหมาะสม ลั่นไม่มีใครชนะในสงครามการค้า และการกีดกันทางการค้าก็ไม่ใช่ทางออก
จีนเป็นประเทศที่โดนกำแพงภาษีจากสหรัฐหนักหนาสาหัสที่สุดคือ 34 % บวกกับ 20 % ที่ทรัมป์สั่งเก็บไปก่อนหน้านี้ รวมเป็น 54%
ส่วนรัฐมนตรีพาณิชย์ญี่ปุ่นซึ่งพยายามขอยกเลิกภาษีจากสหรัฐมาอย่างต่อเนื่อง ก็กล่าวว่ากำแพงภาษีทรัมป์ฝ่าฝืนสนธิสัญญาทางการค้าระหว่างสหรัฐ-ญี่ปุ่นและยังละเมิดกฎของ WTO และว่าญี่ปุ่นรู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่ง หลังโดนทรัมป์เรียกเก็บ 24% แต่ญี่ปุ่นไม่ประกาศจะตอบโต้แต่อย่างใด
ด้านเกาหลีใต้กล่าวว่าเกาหลีใต้จะเดินหน้าเจรจากับสหรัฐทั้งในระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสและระดับปฎิบัติการเพื่อหาทางออก ขณะเดียวกันก็กำลังวิเคราะห์ถึงผลกระทบของอุตสาหกรรมเกาหลีและเตรียมออกมาตรการฉุกเฉินเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมในประเทศโดยเร็วที่สุด โดยเกาหลีใต้ถูกเรียกเก็บ 25%
ส่วนเวียดนามซึ่งได้รับผลกระทบหนักที่สุดในเอเชียรองจากจีนหลังโดนทรัมป์ประกาศรีดภาษี 46% นายกรัฐมนตรีฟาม มินห์ จินห์ได้เรียกประชุมฉุกเฉินคณะรัฐมนตรีเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เพื่อรับฟังถึงผลกระทบของการส่งออกและการเติบโตทางเศรษฐกิจของเวียดนามโดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์
ขณะที่มาเลเซียซึ่งโดนเรียกเก็บ 24% บอกว่ามาเลเซียไม่มีมาตรการตอบโต้ในขณะนี้ แต่จะหาทางขยายการส่งออกไปยังภูมิภาคอื่นๆที่มีแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยจะเน้นใช้นโยบายการค้าเสรีต่อไป
ด้านไต้หวันเรียกกำแพงภาษีของทรัมป์ว่าเป็นมาตรการที่ไร้เหตุผลโดยสิ้นเชิง และว่าอัตราภาษีที่สหรัฐกำหนดไม่ได้สะท้อนถึงถึงเป็นความจริงของสถานการณ์ความสัมพันธ์ทางการค้าสหรัฐ-ไต้หวัน และว่าไต้หวันจะพิจารณามาตรการตอบโต้
มาตรการภาษีตอบโต้ของทรัมป์ฉุดหุ้นคอมโพสิตเซี่ยงไฮ้ของจีนร่วงทันทีเช้านี้ 0.91% ส่วนดัชนีฮั่งเส็งของฮ่องกงดเปิดร่วงไป 1.7% ขณะที่หุ้นคอสปีของเกาหลีใต้ดิ่งต่าสุดในรอบ 3 เดือนที่ 1.46% ส่วนหุ้นนิเกอิของญีปุ่่นเปิดร่วงทันที 3.42%