วันที่ 3 เม.ย. ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 13.40 น. ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาคนที่ 2 เป็นประธานการประชุม นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้ลุกขึ้นเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาเรื่องขอให้สภาฯ พิจารณามาตรการในการจัดการผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวอย่างเป็นระบบ เพื่อส่งต่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ดำเนินการต่อ ซึ่งมีผู้รับรองถูกต้อง
ก่อนที่นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้ลุกขึ้นเสนอญัตติเปลี่ยนระเบียบวาระการประชุม โดยขอนำเรื่องร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่ครม.เป็นผู้เสนอ ตามระเบียบวาระการประชุม เรื่องด่วนที่ 15 และร่างพ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข รวมถึงร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่บุคคลซึ่งได้กระทำความผิดอันเนื่องมาจากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง โดยให้มีผลในการประชุมครั้งถัดไป จากนั้นนายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สส.ระยอง พรรคประชาชน ลุกขึ้นประท้วง ว่า ตนขอประท้วงประธานให้ควบคุมการประชุมเนื่องจากได้เสนอญัตติด่วนแล้วมีผู้รับรองถูกต้อง แต่ทางพรรคเพื่อไทยกลับมีการเสนอญัตติแทรกเข้ามา ตนคิดว่าไม่ถูกต้อง จึงขอให้ประธานวินิจฉัย
ด้านนายภราดร ชี้แจงว่า ตามข้อบังคับข้องที่ 54 ญัตติแบบนี้ไม่ต้องเสนอล่วงหน้า ทั้งนายณัฐพงษ์และนายอนุสรณ์ ได้ทำตามข้อบังคับ เมื่อมี 2 ญัตติขอให้พูดคุยหารือกันก่อนได้หรือไม่ นายชุติพงศ์ จึงลุกขึ้นหารือว่า ญัตติที่ 1 และ 2 เป็นคนละลักษณะกัน ซึ่งญัตติเรื่องแผ่นดินไหวทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านให้ความสนใจ คำถามคือทำไมต้องมีความพยายามเร่งรัดเอาเรื่องเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ขึ้นมา ฉะนั้น จะเป็นการเสนอญัตติซ้อนญัตติหรือไม่ ประธานอาจจะต้องวินิจฉัย หากวินิจฉัยว่าเป็นการเสนอญัตติโดยชอบแล้วจะพิจารณาอย่างไร
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนเข้าใจสิ่งที่ประธานพูดว่าเพื่อนสมาชิกเสนอญัตติถูกต้อง แต่ตามหลักการการที่จะมีญัตติแล้วเป็นเรื่องเดียวกัน แต่มีความเห็นต่างประธานอาจจะมัดรวมแล้วนำมาลงมติ คนละเรื่องกันได้ แต่เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกที่ลุกขึ้นเสนอญัตติขอเปลี่ยนวาระ ตนเข้าใจว่าควรจะมีมติก่อนว่าสภาจะอนุมัติให้มีการพิจารณาวาระด่วนเรื่องเหตุแผ่นดินไหว ในวันนี้ก่อนหรือไม่ ก่อนจะไปทำเรื่องอื่นๆ ไม่เช่นนั้นจะเป็นการเสนอญัตติซ้อนญัตติ
ระหว่างนี้สส.จากฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ต่างลุกขึ้นมาถกเถียงเรื่องญัตติทั้ง 2 โดยฝ่ายค้านยืนยันว่าจะให้มีการพิจารณาญัตติเรื่องแผ่นดินไหวก่อน ขณะที่ฝ่ายรัฐบาล เช่น นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเตรียมที่เสนอญัตติเกี่ยวกับความเสียหายจากแผ่นดินไหวเช่นกัน และอาจจะต้องมีการพิจารณากันยาวนาน แต่ญัตติที่นายอนุสรณ์ เสนอ เป็นการเสนอเพื่อพิจารณาครั้งถัดไป ไม่ใช่เลื่อนขึ้นมาพิจารณาวันนี้ ฉะนั้น จึงอยากให้ความเห็นชอบญัตติเลื่อนระเบียบวาระก่อน โดยนายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) เห็นด้วยกับนพ.ชลน่าน แต่ก็ไม่เข้าใจว่าหากใช้เวลาในการพิจารณานานแล้วจะเป็นอะไร ตนอยู่ดึกได้ หรือจะยอมรับว่าดึกแล้วฝ่ายนั้นไม่มีคนอยู่ พูดตรงๆก็ได้ว่าคุมองค์ประชุมให้อยู่ดึกแล้วค่อยมาลงมติกันไม่ได้
อย่างไรก็ตาม ยังมีการถกเถียงต่อกันประมาณ 5 นาที นายภราดร จึงกล่าวว่า ตอนนี้มี 2 ทางเลือก คือลงมติระหว่าง 2 ญัตติหรือพิจารณาตามญัตติก่อนหลัง คือของนายณัฐพงษ์ก่อน และค่อยพิจารณาญัตติของนายอนุสรณ์ ฉะนั้น ขอพักการประชุม 10 นาที เพื่อให้สมาชิกพูดคุยกัน