“จักรภพ” ชี้ “ทรัมป์” ไม่ฉลาดสร้างศัตรู ขึ้นภาษีตอบโต้การค้า เชื่อไทยมีโอกาสเจรจาแก้ปัญหา

"จักรภพ" ชี้ "ทรัมป์" ไม่ฉลาดสร้างศัตรู ขึ้นภาษีตอบโต้การค้า เชื่อไทยมีโอกาสเจรจาแก้ปัญหา

“จักรภพ” ชี้ “ทรัมป์” ไม่ฉลาดสร้างศัตรู ขึ้นภาษีตอบโต้การค้า เชื่อไทยมีโอกาสเจรจาแก้ปัญหา

 

ข่าวที่น่าสนใจ

4 เมษายน 2568 นายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้ความเห็นต่อกรณีที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประกาศปรับขึ้นภาษีสินค้าจากประเทศไทยในอัตรา 36% โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2568 เป็นต้นไป โดยระบุว่า จากข้อมูลภายในที่ได้รับ ยืนยันว่ามาตรการดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นชาวอุยกูร์ตามที่มีการตั้งข้อสังเกตในสังคม แต่มีสาเหตุมาจากการที่ประเทศไทยเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ สูงถึง 72% ซึ่งจุดนี้ถือเป็นการตอบโต้ทางการค้าของสหรัฐฯ

 

 

นายจักรภพ กล่าวว่า แม้การเก็บภาษีฝั่งสหรัฐฯ จะดูหนักหน่วง แต่ก็ยังไม่เทียบเท่าที่ไทยเรียกเก็บอยู่เดิม จึงถือว่าสหรัฐฯ ยังเปิดโอกาสให้มีการเจรจาในระดับทวิภาคีเพื่อแลกกับอะไรอื่น ๆ ได้ พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขโดยระบุว่า เราควรทำงานพร้อมกันในสองแนวทาง คือ 1. ดำเนินการผ่านช่องทางการทูต ตั้งแต่เอกอัครราชทูต ปลัดกระทรวง รัฐมนตรี ไปจนถึงผู้นำประเทศ และ 2. จัดตั้งกลุ่มเคลื่อนที่เร็วที่สามารถเข้าถึงตัวทรัมป์โดยตรง ซึ่งประเทศไทยมีช่องทางเหล่านี้อยู่แล้ว ทั้งสองแนวทางต้องไม่แก่งแย่งแข่งขันกัน และต้องเสริมกัน

นอกจากนี้ ยังมองว่า ทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีสินค้าทุกประเทศทั่วโลกในอัตรา 10% แต่ไทยกลับถูกเก็บเพิ่มมากถึง 36% ซึ่งถือว่าอยู่ในกลุ่ม 60 ประเทศที่ถูกกระทบหนักกว่า แม้จะไม่เท่ากับเวียดนามหรือกัมพูชาก็ตาม ทั้งนี้ในมุมมองเชิงยุทธศาสตร์ หากพิจารณาในบริบทการแข่งขันกับประเทศในอาเซียน ไทยยังอาจสามารถใช้โอกาสนี้เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการค้าระหว่างกันเองได้ในระดับหนึ่ง

ในประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ นายจักรภพเตือนว่า ต้องระมัดระวังการแสดงจุดยืนต่อเรื่องนี้ เพราะยังอยู่ในระยะอ่อยเหยื่อและเปลี่ยนแปลงได้ แม้แต่การวิจารณ์สถานการณ์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ รวมถึงบทบาทของไทยในการเข้าร่วมกลุ่ม BRICS ในฐานะผู้สังเกตการณ์ในช่วงนี้ อาจทำให้เสี่ยงต่อการถูกกดดันเพิ่มหรือกลั่นแกล้งทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะหากเกิดมุมมองว่าไทยใกล้ชิดจีนหรือรัสเซียมากเกินไป

สำหรับนโยบายภาษีของทรัมป์นั้น นายจักรภพมองว่าเป็นความไม่ฉลาด เนื่องจากจะทำให้สินค้าและบริการในสหรัฐฯ มีราคาสูงขึ้น ตัวเลือกต่อผู้บริโภคน้อยลง ส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ เองได้รับผลกระทบ อีกทั้งอาจกระทบต่อความนิยมจากชาวอเมริกัน โดยเฉพาะในรัฐตอนกลาง (Midwestern) ที่อาจลุกขึ้นมาต่อต้านทรัมป์ได้ในภายหลัง

“เขาทำให้มิตรประเทศกลายเป็นศัตรูไปหมด ถ้ามีเหตุการณ์ใหญ่ระดับ 9/11 ขึ้นอีก ใครจะยื่นมือมาช่วย ถ้าไม่ยอมเจรจาเรื่องผลประโยชน์หรือจ่ายตังค์มาก่อน” นายจักรภพกล่าว

ทั้งนี้ นายจักรภพยังกล่าวยกย่องในอีกมุมหนึ่งว่า โดนัลด์ ทรัมป์เป็นผู้นำที่รักษาคำพูดและทำนโยบายตรงตามที่เคยหาเสียงไว้ และแนะว่าไทยไม่ควรเข้าไปร่วมทะเลาะหรือแสดงท่าทีแข็งกร้าวกับสหรัฐฯ แต่ควรเจรจาแบบเป็นรายกลุ่มสินค้าและบริการไป พร้อมย้ำว่าไม่ควรตกใจหรือโกรธ เพราะมหามิตรในอดีตอย่างสหรัฐฯ ได้เปลี่ยนบทบาทมาเป็นคู่แข่งขันรายใหญ่ในปัจจุบันแล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

“การรถไฟฯ” แจง ผลตรวจเหล็ก สร้างรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน
"ผบ.ทบ." เยี่ยมหน่วยตรวจเลือกทหารภาคใต้ ย้ำทุกกระบวนการยึดตามระเบียบ โปร่งใส
นาทีเดือด "กลุ่ม ศปปส." ปะทะ "แกนนำกลุ่มแรงงานพม่า Bright future" หลังจะมาตั้งม็อบประท้วงหน้า UN
"กรมทางหลวงชนบท" โร่แจง ไม่เคยเป็นคู่สัญญากับ "บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 "
"ก.แรงงาน" เตรียมถกแนวทาง "หลักประกันค่าชดเชย" กรณีถูกเลิกจ้าง 9 เม.ย.นี้
จนท.นำเครื่องจักรหนักเข้าพื้นที่โซน B ได้แล้ว ลุยตัดสิ่งกีดขวางขนาดใหญ่
วอร์รูม “ก.แรงงาน” เร่งเครื่องจ่ายเงินเยียวยา เหยื่อแผ่นดินไหวแล้ว 17.4 ลบ.
"ดีอี" เตือนอย่าหลงเชื่อ ข่าวปลอม “สัญญาณเตือนสึนามิ น้ำทะเลภูเก็ตลดฮวบ หลังแผ่นดินไหวเกาะสุมาตรา”
วินาศสันตะโร รถชนกันสนั่น 7 คันรวด น้ำมันหกเต็มถนนพหลโยธิน มีผู้บาดเจ็บ 6 ราย
"สันติสุข" แจงมองต่าง เหตุแพทยสภาเลื่อนตัดสินปมชั้น 14 เชื่อคกก.รู้สังคม จับตา ไม่ยอมทำสิ่งเสื่อมเสียเกียรติแน่นอน

ดู LIVE รายการ

X

เราใช้ คุ้กกี้ เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น