CNN และไฟแนนเชียล ไทม์สรายงานว่ากระทรวงพาณิชย์จีนได้ออกแถลงการณ์ในวันนี้ (ศุกร์ที่ 4 เมย.) โดยมีคำสั่งให้จัดเก็บภาษีศุลกากรสินค้านำเข้าทุกชนิดที่ส่งมาจากสหรัฐในอัตราร้อยละ 34 อัตราเดียวกับที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์สั่งเก็บจีนสำหรับกำแพงภาษีตอบโต้เมื่อวันพุธ (2 เมย.) ที่ผ่านมา โดยจีนประกาศให้เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่ 10 เมษายนเป็นต้นไป
นอกจากนี้ จีนยังประกาศให้บริษัทสหรัฐจำนวน 11 แห่ง ซึ่งรวมถึงบริษัทผู้ผลิตโดรนอยู่ในรายชื่อบริษัท “ที่ไม่เชื่อถือ” และมีคำสั่งห้ามบริษัทอเมริกัน 16 แห่งส่งออกโดรนของจีน และนอกจากนี้กระทรวงพาณิชย์จีนยังสั่งให้มีการสอบสวนหลอดเอ็กซเรย์ความเร็วสูงนำเข้าจากสหรัฐและอินเดีย เนื่องจากสงสัยว่ามีการทุ่มตลาด
ทั้งนี้ แถลงการณ์ของคณะกรรมการภาษีศุลกากรจีนได้ประณามมาตรการภาษีตอบโต้ของทรัมป์ว่าเป็นความเคลื่อนไหวฝ่ายเดียวเพื่อบูลลี่จีน และว่ากำแพงภาษีของสหรัฐไม่เป็นไปตามกฎการค้าระหว่างประเทศและยังสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อสิทธิอันชอบธรรมและผลประโยชน์ของจีน
ทรัมป์ตั้งกำแพงภาษีตอบโต้จีนครั้งล่าสุด 34% และเมื่อรวมกับที่เรียกเก็บไปก่อนหน้านี้ 10% เป็นจำนวนสองครั้ง ก็เท่ากับจีนจะต้องจ่ายภาษีศุลกากรให้กับสหรัฐในอัตรา 54%
ก่อนหน้านี้จีนได้ตอบโต้ด้วยการสั่งควบคุมการส่งออกแร่หายากหลายชนิดซึ่งเป็นส่วนประกอบในเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆไปยังสหรัฐโดยมีผลบังคับในวันนี้ (4 เมย.)