วันที่ 30 ต.ค. –เมื่อวานนี้ (29 ต.ค.) ที่ทำการพรรคกล้า ถ.รัชดาภิเษก นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า ให้การต้อนรับ ออร์นา ซากิฟ (Orna Sagiv) ทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ที่เดินทางเข้าเยี่ยมหารือประเด็นนโยบาย และแนวทางพัฒนาการค้าและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ นายกรณ์กล่าวว่า อิสราเอลกับไทยมีความสัมพันธ์ที่ดีมากมาอย่างยาวนาน ซึ่งราชวงศ์ไทยในยุคสมัยของในหลวง รัชกาลที่ 9 มีส่วนสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์นี้ โดยเฉพาะในส่วนของกรมพระศรีสวางควัฒนฯ พระองค์ได้เสด็จเยี่ยมอิสราเอลมาแล้วถึง 7 ครั้ง ด้วยพระราชกรณียกิจเกี่ยวกับเรื่องน้ำและการเกษตร ชาวอิสราเอลรักประเทศไทยมาก ช่วงก่อนโควิดจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาไทยจากอิสราเอลถึง 2 แสนคนต่อปี ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงมากเมื่อเทียบจำนวนประชากร และเรายังมีการค้ากับอิสราเอลมูลค่าปีละหลายหมื่นล้านบาท ตนเคยได้รับเชิญไปศึกษาวิธีการบริหารจัดการน้ำที่อิสราเอล เพราะเป็นประเทศทะเลทรายที่มีแหล่งน้ำจำกัด แต่สามารถบริหารให้เกษตรกรมีน้ำใช้ได้ทั้งปี
นายกรณ์ กล่าวอีกว่า ตนได้ไปพบปะกับแรงงานไทยที่นั่น เพราะอิสราเอลพึ่งพาแรงงานจากไทยมากที่สุด ปกติจะมีแรงงานไทยทำงานในภาคการเกษตรของอิสราเอลกว่า 20,000 คน ซึ่งท่านทูตเล่าว่า เมื่อปีที่แล้วได้มีการลงนามสัญญาระดับ G2G เพื่อลดปัญหาแรงงานไทยต้องเสียค่านายหน้าในการหางานที่อิสราเอล ทำให้ลดค่าใช้จ่ายให้คนไทยได้มาก
หัวหน้าพรรคกล้า กล่าวว่า ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับทูตอิสราเอล โดยพรรคกล้าให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยีในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของราชการ และเราเห็นความสำคัญการเพิ่มประสิทธิภาพด้าน cyber security ให้กับประเทศ รวมไปถึงแนวทางการส่งเสริมให้ภาคเอกชนที่เชี่ยวชาญทางเทคโนโลยีของอิสราเอลลงทุนในไทยมากขึ้น โดยทูตออร์นามีทัศนคติที่เป็นบวกกับประเทศไทยอย่างมาก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความทรงจำที่ดีจากการมาเที่ยวเมืองไทยกับสามีในฐานะ back packer ในยุค 90’s ซึ่งใครๆ ก็รักเมืองไทย และเห็นโอกาสอันดีที่มีอีกมากในบ้านเรา ขอเพียงเราบริหารจัดการให้ดี มีประสิทธิภาพ คนไทยและเมืองไทยจะไปได้ไกลกว่านี้อีกมาก