ศบค.เผยคลัสเตอร์ร้านอาหารกึ่งผับ ทำโควิดระบาดอันดับ 1 พบแอบเปิดกันอื้อ!

ศบค.เผยคลัสเตอร์ร้านอาหารกึ่งผับ ทำโควิดระบาดอันดับ 1 พบแอบเปิดกันอื้อ!

เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 19 ม.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.แถลงว่า สำหรับคลัสเตอร์อันดับ 1 หลังช่วงเทศกาลปีใหม่เป็นต้นมา ยังคงเป็นร้านอาหาร รวมทั้งสถานบันเทิงคงจะต้องมีการพูดคุยกันให้ชัดเจนว่าจะมีการผ่อนคลายหรือไม่ โดยมีรายงานสถานบันเทิงกึ่งผับที่เปิดเป็นร้านอาหาร อาทิ คลัสเตอร์ร้านเดอะมูนบาร์ จังหวัดนนทบุรี ร้านฮันนี่ ไนท์จังหวัดเพชรบุรี ร้านแสนคำ จังหวัดอุบลราชธานี เป็นต้น โดยมีการลงพื้นที่อย่างละเอียดพบว่า สถานบันเทิง 21 แห่ง ที่พบการติดเชื้อมีรายงานไปยังกระทรวงสาธารณสุขว่า ในจำนวนนี้พบว่ามี 7 ร้านที่เป็นสถานบันเทิงที่เปิด โดยที่ผ่านการประเมิน Covid Free Setting ของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดแล้ว แต่มีการย่อหย่อนมาตรการไม่ได้กำกับมาตรการและติดตามอย่างเพียงพอทำให้เกิดการติดเชื้อรายงานเป็นคลัสเตอร์ ทั้งที่จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดขอนแก่น นอกจากนี้ ยังพบอีก 14 ร้านที่เปิดโดยไม่ได้ขออนุญาต และไม่มีการลงทะเบียนประเมินตนเองตามมาตรการ Covid Free Setting อาทิเช่น ร้านโซนอินเยลโล่ ร้านท่าช้าง ร้านเสี่ยวสันติธรรม จังหวัดเชียงใหม่ , ร้านดาร์ก บาร์ รีเพลย์ กราวด์ จังหวัดขอนแก่น ร้านพระราม 8 ที่จังหวัดพะเยา ร้านเหล้าจังหวัดชลบุรี ร้านจังหวัดอุบลราชธานี ร้านจังหวัดอุดรธานี และร้านในจังหวัดมหาสารคาม เป็นต้น ซึ่งไม่ได้นำมารายงานตำนิ แต่ถือว่าเป็นการเปิดให้บริการโดยผิดกฎหมาย และไม่ผ่านการประเมินและถึงแม้ว่าจะเป็นร้านที่อยู่ในพื้นที่นำร่องท่องเที่ยวและอนุญาตให้มีการเปิดแต่จะต้องเปิดให้บริการถึงแค่เวลา 21.00 น.เท่านั้น

พญ.อภิสมัย กล่าวต่อว่า กระทรวงสาธารณสุขรายงานปัจจัยการติดเชื้อที่สำคัญของการนำไปสู่การติดเชื้อในร้านเหล่านี้สิ่งสำคัญที่สุด คือเรื่องสภาพแวดล้อมที่ไม่มีการจัดการระบบระบายอากาศ ไม่มีการจำกัดระยะเวลารับประทานอาหารเช่น ไม่ควรเกิน 2 ชั่วโมง แต่พบว่ามีการนั่งรับประทานอาหารเกินเวลา รวมถึงไม่จำกัดคนเข้าใช้บริการ นอกจากนี้ไม่มีการคัดกรองความเสี่ยงของผู้ให้บริการหรือพนักงานในร้านมีการกระทำผิดตั้งแต่พนักงานฉีดวัคซีนไม่ครบ บางร้านไม่สามารถแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนของพนักงาน ไม่ตรวจ ATKพนักงานทุก 7 วันอย่างที่กำหนด และมีบางร้านไม่มีการตรวจสอบประวัติพนักงานว่าได้ไปในพื้นที่เสี่ยงมาหรือไม่ ซึ่งพนักงานบางร้านมีประวัติเสี่ยงสูงก็ยังมาทำงานที่ร้าน และไม่มีจุดตรวจวัดอุณหภูมิ ไม่มีการทำความสะอาดร้านอาหาร เป็นต้น ดังนั้นจึงต้องขอฝากให้ตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวด้วยว่าถ้าหากเราเป็นลูกค้าเราจะเข้าไปใช้บริการหรือไม่ ซึ่งถือเป็นข้อมูลที่ที่ประชุมศบค.ชุดใหญ่จะพิจารณาในวันที่ 20 ม.ค.นี้ เพราะหากจะเปิดก็จะต้องปลอดภัยด้วย.

ข่าวที่น่าสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

"นายกฯ" วางพานพุ่มดอกไม้ ถวายราชสักการะ เนื่องในวันที่ระลึก "มหาจักรี"
สมาคมประชาคมคนตาบอดไทย เข้าพบ "ดร.ปราจิน"  รับมอบเงิน  6 แสนบาท สมทบทุนซื้อ "ไม้เท้าขาว" ส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้พิการทางสายตาทั่วประเทศ
“DITP" ขับเคลื่อนนโยบายเชิงรุก ยกทัพบุก 5 จังหวัดชายแดนใต้ ปั้นนักรบการค้า "ฮาลาล" สู่ตลาดโลก
กู้ภัยพบเพิ่มอีก 1 ศพ เร่งนำร่างออกจากตึกสตง. "รองผู้ว่าฯกทม." ย้ำจากนี้ต้องรอนิติเวช ยืนยันจำนวนผู้เสียชีวิต ป้องกันเกิดความสับสน
เอาแล้ว “อ.ไชยันต์” ถือฤกษ์วันจักรี ประกาศสมัครเป็นตุลาการศาลรธน.
แผ่นดินไหวเขย่า “พม่า” 4.0 ดับสะสม 3,471 กลิ่นศxคลุ้ง-เตาเผาใกล้แตก
ยูเอ็นเตือนฝนเป็นอุปสรรคกู้ภัยแผ่นดินไหวเมียนมา
ทรัมป์บอกชาวอเมริกันอดทนไว้ปมภาษีตอบโต้
"ทรัมป์" เล่นใหญ่ แจ้งพลเมืองอเมริกัน อดทน ปฏิบัติการขึ้นภาษีตอบโต้การค้า โวสหรัฐจะเป็นผู้ชนะ
“ทรัมป์” กระอักเลือด! “จีน” ประกาศงัดข้อ ขึ้นภาษี 34% แบน 11 บริษัทมะกัน

ดู LIVE รายการ

X

เราใช้ คุ้กกี้ เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น