เหล่าผู้นำสหภาพยุโรปเข้าประชุมร่วมกันเป็นเวลา 2 วัน ที่พระราชวังแวร์ซาย ประเทศฝรั่งเศส โดยประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศส ได้กล่าวก่อนการประชุมว่า สงครามในยูเครนเป็นความบอบช้ำครั้งใหญ่ แต่ก็เป็นสิ่งที่นำเราไปสู่การกำหนดโครงสร้างใหม่ของยุโรปอย่างสมบูรณ์ ยุโรปจะเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้นและแข็งแกร่งขึ้นจากสงครามครั้งนี้
ด้านนางเออร์ซูล่า ฟอน เดอ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปกล่าวว่า ในการประชุมสุดยอดครั้งนี้ เราจะคิดทบทวนการป้องกันประเทศของยุโรป เราจะคิดทบทวนเรื่องพลังงาน ต้องเลิกพึ่งพาเชื้อเพลิงของรัสเซีย ซึ่งเราจำเป็นต้องมีการลงทุนมหาศาลในด้านพลังงานหมุนเวียน นี่เป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในการรักษาความปลอดภัยและความเป็นอิสระของยุโรป
อย่างไรก็ดี สำหรับข้อพิจารณาในเรื่องการสมัครเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปนั้น เหล่าผู้นำต่างมีความเห็นที่พ้องกันว่า ควรจะหลีกเลี่ยงสิ่งนี้ เพราะมันจะมีความเสี่ยงที่ถูกเข้าไปทำสงครามกับรัสเซียที่อาจลุกลามเป็นสงครามนิวเคลียร์ได้
นายมาร์ก รัตต์ นายกรัฐมนตรีของเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นหัวหอกในการคัดค้านเรื่องนี้ ได้กล่าวว่า เนเธอร์แลนด์ซึ่งเป็นหนึ่งใน ประเทศแรกๆ ที่ออกมาสนับสนุนทางทหาร เป็นหนึ่งในประเทศแรกๆ ที่ร้องขอให้มีมาตรการคว่ำบาตรที่รุนแรง ดังนั้น ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเนเธอร์แลนด์และยูเครนจะยืนเคียงข้างกัน แต่เรื่องการเข้าร่วมเป็นสมาชิกของยูเครนนั้น ไม่มีทางเกิดขึ้นได้ในเร็วๆนี้
ด้านนายโอลาฟ ชอลซ์ นายกรัฐมนตรีแห่งเยอรมนีกล่าวว่า สหภาพยุโรปควรหารือกันในเรื่องเรื่องความเป็นหุ้นส่วนกับยูเครนมากกว่าที่จะพูดถึงการเป็นสมาชิกซึ่งจะต้องมีความเป็นเอกฉันท์จาก 27 ประเทศสมาชิกทั้งหมด แต่ชอลซ์ก็ไม่ได้ออกความเห็นในเรื่องการห้ามนำเข้าน้ำมันของรัสเซียแต่อย่างใด