“วัณโรค” WHO วอนสมาชิกควักเงินลงทุนวิจัย ตายพุ่งในรอบ 10 ปี

วัณโรค, องค์การอนามัยโลก, WHO, โรคร้าย, เสียชีวิต,​โควิด

"วัณโรค" องค์การอนามัยโรค เรียกร้องสมาชิก เพิ่มการลงทุนด้านสุขภาพ หลังพบยอดผู้เสียชีวิตพุ่งครั้งแรกในรอบ 10 ปี

“วัณโรค” องค์อนามัยโลก (WHO) วอนสมาชิกทั่วโลก อัดฉีดเม็ดเงินลงทุนด้านสาธารณสุข หลังพบยอดผู้เสียชีวิตพุ่งครั้งแรกในรอบ 10 ปี ติดตามต่อได้ที่นี่ TOP News

ข่าวที่น่าสนใจ

องค์การอนามัยโลกเรียกร้องสมาชิกประเทศต่าง ๆ เพิ่มการลงทุนกับบริการสุขภาพและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับ “วัณโรค” หลังพบยอดผู้ป่วยและยอดผู้เสียชีวิตพุ่งสูงเป็นคร้ังแรกในรอบ 10 ปี พร้อมเน้นให้กลุ่มเด็กและเยาวชนเข้าถึงการรักษาและบริการป้องกันโรคอย่างทันท่วงที

 

 

 

แม้ว่า จำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตมีแนวโน้มลดลงตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมา แต่กลับพบว่าปี 2564 จำนวนผู้เสียชีวิตกลับเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี โดยมีสาเหตุหลักมาจากโควิดที่ทุกภาคส่วน ต่างเททรัพยากรไปรับมือโรคดังกล่าว ตลอดช่วงสองปีที่ผ่านมา

 

 

 

วัณโรค, องค์การอนามัยโลก, WHO, โรคอันตราย,​โควิด

 

 

ประกอบกับเกิดภาวะสงครามและการสู้รบในแถบยุโรปตะวันออก แอฟริกา และตะวันออกกลาง ยิ่งสร้างความยากลำบากต่อผู้ป่วยและผู้ที่มีความเสี่ยงติดโรคในการเข้ารับบริการสุขภาพเป็นอย่างมากทั้ง ซึ่งทางองค์การอนามัยโลก คาดการณ์ว่ามีผู้ป่วยจากโรคนี้มากถึง 30,000 คนต่อวัน และเสียชีวิต 4,100 คนต่อวัน ณ​ ตอนนี้ จึงถือว่าเป็นหนึ่งในโรคอันตรายที่สามารถคร่าชีวิตผู้คนมากที่สุด ซึ่งควรจะมีเม็ดเงินลงทุนถึง 4 แสนล้านบาทต่อปี ถึงจะช่วยให้งานวินิจฉัย การรักษา และการป้องกันโรคมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 

 

 

อย่างไรก็ตาม กลับพบว่าจำนวนเม็ดเงินนี้ลดลงมากกว่าครึ่ง เมื่อเทียบระหว่างปี 2563 ก่อนโควิดระบาด และหลังการระบาด ด้านการวิจัยและพัฒนาสำหรับโรคนี้ ควรมีเม็ดเงินลงทุนเพิ่มขึ้นที่ประมาณ 35,000 ล้านบาทต่อปี ถึงจะสามารถพัฒนาเทคโนโลยีและยาที่รักษาโรคได้ โดยเฉพาะวัคซีนสำหรับ วัณ โรค แต่ในช่วงสองปีที่ผ่านมา กลับพบว่าเม็ดเงินลงทุนด้านนี้ไม่ถึงเป้าเช่นกัน

 

 

 

วัณโรค, องค์การอนามัยโลก, WHO,

ระหว่างปี 2561-2563 มีผู้เข้ารับการรักษา “วัณโรค” มากถึง 20 ล้านคนคิดเป็น 50% ของเป้าหมายที่องค์การอนามัยโลกวางไว้ ขณะที่ผู้มีความเสี่ยงติดโรคมากกว่า 8.7 ล้านคนเข้าถึงบริการป้องกันโรค คิดเป็น 29% ของเป้าหมายที่วางไว้เท่านั้น

 

 

 

สถานการณ์ค่อนข้างย่ำแย่ในกลุ่มผู้ป่วยที่เป็นเด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 15 ปี องค์การอนามัยโลกประมาณการณ์ว่ามีผู้ป่วยในกลุ่มนี้มีมากถึง 63 % ที่ไม่สามารถเข้าถึงการตรวจและรักษาโรคได้ในปี 2563 ขณะที่ 72% ของกลุ่มผู้ป่วยเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี อยู่ในสถานการณ์เดียวกัน สองในสามของเด็กกลุ่มนี้ไม่ได้รับบริการป้องกันโรคนี้ ซึ่งยังส่งผลต่อการแพร่เชื้อในครัวเรือนอีกด้วย

 

 

 

วัณโรค, องค์การอนามัยโลก, WHO, โรคร้าย, เสียชีวิต,​โควิด

 

 

 

พญ.เทเรซา คาแซวา ผู้อำนวยการโครงการวัณ โรค ประจำองค์การอนามัยโลก กล่าวว่า เมื่อเดือน มีนาคมที่ผ่านมา องค์การอนามัยโลกได้ออกแนวทางจัดการโรคในกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งมีข้อเสนอสำคัญที่ขอให้นานาประเทศนำไปปฏิบัติตาม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาและปัองกันโรคในกลุ่มเด็กและเยาวชน

 

 

 

นอกจากนี้ ยังแนะนำให้ลดเวลาการรักษาจาก 6 เหลือ 4 เดือน สำหรับกลุ่มผู้ป่วยเด็กและเยาวชนที่ดื้อยาอ่อน ๆ และจาก 12 เหลือ 6 เดือนสำหรับการรักษาเยื่อหุ้มสมองอักเสบที่เกิดจากวัณ โรค ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการรักษา และยังคงให้การรักษามีประสิทธิภาพที่ดีเท่าเดิม พร้อมแนะนำให้มีการจัดระบบการดูแลผู้ป่วยแบบกระจาย เพื่อให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงการรักษาในสถานที่ใกล้บ้านอีกด้วย

 

 

ข้อมูล : who

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

มาแน่ "กรมอุตุฯ" ประกาศฉบับ 7 เตือน "ภาคใต้" ฝนตกหนักถึงหนักมาก จว.ไหนบ้างเช็กเลย
นักวิเคราะห์ชี้ทรัมป์จ้องเล่นอินโดจีนเพราะสนิทจีน
"กรมศิลปากร" จัดกิจกรรมรณรงค์ดูแลรักษามรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ ณ วัดอัปสรสวรรค์วรวิหาร เนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย
"ก.แรงงาน" จ่อฟ้อง 21 บริษัท เรียกร้องเงินเยียวยา ผู้ประสบเหตุอาคาร สตง.พังถล่ม พร้อมดูแลญาติเหยื่อต่อเนื่อง 10 ปี
"ตร.ไซเบอร์" เปิด 4 ปฏิบัติการ รวบ 7 ผู้ต้องหาแก๊งลวงออนไลน์
"สรรพากร" ขยับแล้ว ส่งทีมร้อง ดีเอสไอ เอาผิด "ซิน เคอหยวน" พร้อมพวก ฉ้อโกงใช้ใบกำกับภาษีปลอม
ครอบครัวสุดเศร้า จัดพิธีฌาปนกิจศพ "นายนอย" เหยื่อตึก สตง.ถล่ม
ฝรั่งเศสเล็งตอบโต้”การบริการออนไลน์”สหรัฐ
ผอ.แจงอาคาร สตง.พะเยา งบ 70 ล้านบาท สร้างได้ 30% ยันไม่ได้ทิ้งร้าง แต่ผู้รับเหมาทิ้งงานเอง
สภาเดือด! เถียงกันวุ่น ปมเลื่อนญัตติเอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯ-แผ่นดินไหว "วันนอร์" ลุกเรียกจนท.เข้าควบคุมเหตุ

ดู LIVE รายการ

X

เราใช้ คุ้กกี้ เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น