สธ.พบผู้ป่วยโควิดติด “โอมิครอน BA.4-BA.5” แล้ว 51.7%

“อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์” เผยพบผู้ป่วยโควิดติดโอมิครอนสายพันธุ์ BA.4-BA.5 แล้ว 51.7% กรุงเทพฯมากสุด แต่ผู้ป่วยรุนแรงยังน้อย

ที่กระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แถลงอัพเดตสถานการณ์เฝ้าระวังสายพันธุ์โควิด-19 ในประเทศไทย ว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มีการถอดรหัสพันธุกรรมทุกสัปดาห์ด้วยวิธี SNP ที่เป็นการตรวจเบื้องต้น สัปดาห์นี้ ตั้งแต่วันที่ 25 มิถุนายน – วันที่ 1 กรกฎาคม 2565 จำนวน 946 ตัวอย่าง เป็นการติดเชื้อโอมิครอน 100% ทั่วประเทศ ขณะที่สายพันธุ์ย่อยโอมิครอน BA.1 มี ร้อยละ 1.1 BA.2 มี ร้อยละ 47.3 BA.4 และ BA.5 โดยการตรวจจะนับรวมกัน เพราะทั้งสองสายพันธุ์ไม่ค่อยมีส่วนที่ต่างกัน มีร้อยละ 51.7 ทั้งนี้ การตรวจในกลุ่มผู้เดินทางเข้าประเทศ พบว่ามี 46 ตัวอย่าง เป็น BA.1 ร้อยละ 21.7 และ BA.4 และ BA.5 ร้อยละ 78.3

ข่าวที่น่าสนใจ

นายแพทย์ศุภกิจ กล่าวอีกว่า หากดูรายสัปดาห์ จะเห็นว่าเริ่มต้นที่ ร้อยละ 6 กว่าๆ เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน แล้วมาเป็น ร้อยละ 44.3 และมาเป็น ร้อยละ 51.7 เป็นแนวโน้มเพิ่มขึ้นชัดเจน โดยสัปดาห์นี้ความชันของกราฟค่อยๆ เพิ่ม ไม่ได้กระโดดเหมือนสัปดาห์ก่อน ฉะนั้น คาดการณ์ได้ว่า BA.4 และ BA.5 จะครองตลาดการติดเชื้อในประเทศไทย จากการสุ่มตรวจในประเทศขณะนี้ พบผู้ติดเชื้อ BA.4 และ BA.5 ทุกเขตสุขภาพ เว้นเขต 3, 8 และ 10 พบมากที่สุด คือ กรุงเทพมหานคร ซึ่งจะส่งผลต่อเปอร์เซ็นต์ภาพรวมประเทศด้วย

นอกจากนี้เมื่วิเคราะห์กลุ่มผู้ติดเชื้อโควิดโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย ตั้งแต่วันที่ 25 มิถุนายน – วันที่ 1 กรกฎาคม 2565 ค่อนข้างน่าสนใจ พบว่า กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ไม่ได้ติดเชื้อ BA.4 และ BA.5 มากกว่ากลุ่มอื่น ส่วนกลุ่มที่อาการรุนแรงใส่ท่อช่วยหายใจ ปอดอักเสบ ได้ตัวอย่างมาเพียง 11 ราย ซึ่งคิดเป็น BA.2 ร้อยละ 63.6 และเป็น BA.4 และ BA.5 อีก ร้อยละ 36.4 อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเรื่องผู้ป่วยยังรุนแรงยังเป็นจำนวนที่น้อยอยู่ อีกทั้งปัจจุบันยังไม่ปรากฎว่า BA.4 และ BA.5 มีความรุนแรงมากกว่า BA.1 กับ BA.2 ทั้งนี้ กรมได้ขอความร่วมมือไปยังสถานพยาบาลที่มีผู้ป่วยใส่ท่อช่วยหายใจ ปอดอักเสบ และเสียชีวิตส่งตัวอย่างมากตรวจเพิ่มขึ้นให้เป็นข้อมูลทางสถิติมากขึ้น

อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ย้ำว่า มาตรการส่วนบุคคลยังมีความจำเป็น แม้จะไม่ได้บังคับสวมหน้ากากอนามัยแล้ว และต้องมาฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นเพื่อให้ภูมิคุ้มกันสูงมากพอ เพื่อต่อสู้กับสายพันธุ์ใหม่ๆ ได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

"อดีตสว.สมชาย" เผย "ท็อปนิวส์" ละเอียดยิบ ขบวนการทุจริต "ฮั้วเลือกสว." ลั่น "ดีเอสไอ" ต้องรับเป็นคดีพิเศษ
"ไทย-กัมพูชา" บุกจับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เมืองปอยเปต พบคนไทยกว่า 100 คน เตรียมส่งกลับประเทศพรุ่งนี้
"จุฬาราชมนตรี" แถลงเตรียมจัดงาน "เมาลิดกลาง แห่งประเทศไทย" ครั้งที่ 59 เริ่ม 18- 20 เม.ย.นี้
จนท.รวบ "หนุ่มไทยเชื้อสายอินเดีย" หอบเงิน 15.7 ล้าน เข้าไทย อ้างเล่นพนันได้จากฝั่งปอยเปต
โผล่อีก “หมู่บ้านเขมร” จองแผ่นดินไทย อึ้ง! อุ้มลูกเดินยั้วเยี้ย ตร.เพิ่งจะจับ
งามไส้! “หนุ่มไทย” พกปืน-กระสุนใส่เต็มแม็ก คุ้มกัน “พม่าเถื่อน” เข้าเมือง
ผู้นำสหรัฐเรียกนายกฯแคนาดาว่า” ขี้แพ้”
เพจดังจับโป๊ะพรรคส้ม ขุดยับ “เท้ง-ไอซ์” นำทีมสส.ร่วมทริปกมธ. บินเกาหลีใต้ ใช้งบฯหลักล้านคาใจดูงานแน่เปล่า
มัสก์จี้ข้าราชการอเมริกันเขียนรายงานวันๆทำอะไรบ้าง
ผู้ปกครองพา "ด.ช.วัย 13" ร้องสายไหมต้องรอด ถูกสาวสอง สร้างไอจีปลอม ลวงทำอนาจาร

ดู LIVE รายการ

X

เราใช้ คุ้กกี้ เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น