วันที่ 28 ก.ค.2565 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการท่องเที่ยวทางธรรมชาติของจังหวัดเลยในช่วงวันหยุดยาว วันที่ 28-31 ก.ค. 2565 นักท่องเที่ยวที่นิยมธรรมชาติที่สมบูรณ์สัมผัสอากาศเย็นสบาย ธรรมชาติสวยงาม และทะเลหมอกในหน้าฝน ที่จังหวัดเลยมีหลากหลายแห่งรองรับนักท่องเที่ยวได้ทุกฤดูกาลทุกเดือน โดยเฉพาะที่ อ.ด่านซ้ายและ อ.นาแห้ว เมืองชายแดน ติดต่อกับภาคเหนือของไทย และ สปป.ลาว ต่างแวะชม”ภูอีเลิศ” ต.ปากหมัน อ.ด่านซ้าย จ.เลย ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสายหมอกสองแผ่นดินไทย-ลาว จากนั้นก็มีนักกท่องเที่ยวเดินทางไปพิชิตยอดภูค้อภูน้อย ต.นาแห้ว อ.นาแห้ว จ.เลย
ภูค้อ เป็นจุดชมวิวสวย ที่ซ่อนตัวอยู่ในผืนไร่ในป่าชุมชนบ้านบุ่ง จุดชมวิวนี้ จะสวยมากๆ ในช่วงฤดูหนาว และฤดูฝน ซึ่งสามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า และสามารถมองเห็นผืนป่าสวนสนภูกุ่มข้าวสลับกับป่าดงดิบ โดยมีฉากหลังเป็นภูกระดึงและภูผาจิต บอกเลยว่าสวยอลังการ ทะเลหมอก ก็มาด้วย จุดชมวิวที่สวยไม่แพ้จุดอื่นในจังหวัดเลย อีกทั้งยังเป็นจุดชมวิวทะเลหมอกที่มีชีวิต และสวยที่สุดอีกแห่งหนึ่งในประเทศไทยอีกด้วย หน้าฝน และหน้าหนาว ที่นี่จะมีอุณหภูมิประมาณ 20-23 องศาเซลเซียส เป็นช่วงที่พีคที่สุดในการชม ทะเลหมอก คือช่วงหลังฝนตก จุดชมวิวนี้สามารถมองเห็นวิวภูเขารอบทิศ ซึ่งสามารถมองเห็นทะเลหมอกได้ 180 องศาและเราก็จะได้ชมหมอกไหล ที่นี่จึงถูกเรียกว่า จุดชมวิวทะเลหมอกมีชีวิตตรงนี้ บริเวณชุมชนบ้านบุ่ง ก็มีโฮมสเตย์ของชาวบ้านรอให้บริการนักท่องเที่ยว เพื่อสัมผัสทั้งใกล้ชิดธรรมชาติ และเรียนรู้วิถีชุมชนไปด้วย หรือถ้าใครอยากจะมากางเต็นท์ นอนพักแรมที่ด้านบนภูค้อ ก็จะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 200 บาท เราจะสามารถนำอาหารขึ้นไปทำเองได้ แต่เราขอแนะนำให้ใช้บริการอาหารจากชุมชนเพื่อความสะดวก และช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชน รับรองว่าอิ่มด้วย อร่อยด้วยแบบโลคอลจริงๆ
ภาพ/ข่าว บุญชู ศรีไตรภพ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เลย