ตำรวจ สภ.น้ำยืน วิสามัญหนุ่มคลั่ง บุกโรงพักทุบรถ-ทำร้ายเจ้าหน้าที่

ตำรวจ สภ.น้ำยืน วิสามัญหนุ่มคลั่ง บุกโรงพักทุบรถ-ทำร้ายเจ้าหน้าที่

เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 7 ก.ย.65 พล.ต.ต.สถาพร เอมโอษฐ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี พ.ต.อ.สุพจน์ จงอุตส่าห์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรน้ำยืน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดอุบลราชธานี ร่วมกันตรวจที่เกิดเหตุบริเวณด้านหน้า สภ.น้ำยืน หลังจากถูกนายปัทวิน กะวันนา อายุ 32 ปี บุกเข้าไปจุดประทัดลูกบอลใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจในโรงพักและไล่ทุบรถยนต์ จักรยานยนต์ของประชาชน รถยนต์โล่ของทางราชการเสียหาย ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงสกัดและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 14.45 น. วันเดียวกัน นายปัทวิน ได้ขับรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อนิสสัน รุ่นอามิร่า สีขาว ทะเบียน 2 ขข 5626 กรุงเทพ เข้ามาจอดที่ลานเสาธงหน้า สภ.ก่อนลงจากรถแล้วจุดประทัดลูกบอล 4 ลูก ปาเข้าใส่อาคาร เสียงดังสนั่น พร้อมกับร้องโวยวายเสียงดัง

เจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ใกล้เคียงจึงได้พยายามเข้าเจรจาให้นายปัทวิน สงบสติอารมณ์แต่ไม่เป็นผล นายปัทวิน กลับไปหยิบเอาท่อนเหล็กตีเบสบอล ความยาวประมาณ 50 ชม. ในรถมาไล่ทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจจนต้องวิ่งหนีกระเจิดกระเจิง และนายปัทวิน ได้หันกลับไปทุบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นพีซีเอ๊กซ์ สีขาว-ดำ ทะเบียน 2 ขย 971 กรุงเทพฯ และทุบกระจกรถยนต์เก๋ง สีขาว ทะเบียน ฎศ 9848 กรุงเทพ รถยนต์โล่ห์ของทางราชการเสียหายอีก 2 คัน เมื่อนายปัทวินเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าไประงับเหตุ นายปัทวิน จึงได้ถือท่อนเหล็กไล่ท้าร้ายเจ้าหน้าที่พร้อมขึ้นไปทุบประตูกระจกประตูทางเข้าด้านหน้า สภ. เสียหาย

ข่าวที่น่าสนใจ

ขณะนั้น พ.ต.ท.วุฒิกร ยืนสุข รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม ได้พยายามเข้าเจรจาให้นายปัทวินสงบสติอีกครั้ง แต่ก็ไม่เป็นผลเช่นเคย นายปัทวิน ถือไม้เบสบอลวิ่งเข้าหา พ.ต.ท.วุฒิกรจนเสียหลักล้ม จึงได้ชักปืนยิงเข้าที่ต้นขานายปัทวิน 1 นัด แต่นายปัทวินไม่ยอมหยุดและถือท่อนเหล็กเข้าหาจะท้าร้าย อีกครั้ง ด.ต.สุทัศน์ ศิลาชัย ปฏิบัติงานธุระการ จึงได้ใช้อาวุธปืนพกขนาด 9 มม. ยิงไปที่ต้นหานายปัทวิน อีก 1 นัด แต่ก็ยังไม่สามารถหยุดยั้งนายปัทวินได้ จนเกิดการปลุกปล้ำกันจนมีเสียงปืนดังขึ้นอีก 1 นัด กระสุนเข้าที่ท้องของนายปัทวิน ฟุบลงหมดสติเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ปฐมพยาบาลแล้วนำตัวนายปัทวินและ พ.ต.ท.วุฒิกร ส่งโรงพยาบาลน้ำยืน นายปัทวินเสียชีวิตในเวลาต่อมา

นายมั่น กะวันทา อายุ 57 ปี พ่อผู้เสียชีวิต ให้ข้อมูลว่า ช่วงเที่ยงก่อนเกิดเหตุลูกชายยังอยู่บ้านปกติดี พอช่วงบ่ายได้มีเจ้าหน้าที่ไปบอกตนที่บ้านว่าให้ไปดูลูกชายที่โรงพยาบาลน้ำยืนลูกชายถูกยิง ตอนนั้นตนเองก็ยังไม่ทราบสาเหตุว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อไปถึงโรงพยาบาลปรากฎว่านายปัทวิน เสียชีวิตแล้ว

นายมั่น ยังเปิดเผยอีกว่า นายปัทวิน ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดแต่อย่างใดแต่ เมื่อ 7 ปีที่แล้วลูกชายเคยมีพฤติการณ์ชอบทำร้าย ทุบทำลายข้าวของ จนต้องเข้ารับการรักษาที่ รพ.พระศรีมหาโพธิ์ จ.อุบลราชธานี โดยหลังจากรักษาหายแล้ว ได้ไปทำงานที่ จ.ระยอง ประมาณ 6 ปี และพึ่งลาออกจากงานมาพักอาศัยอยู่ที่บ้านได้ประมาณ 3 สัปดาห์ และไม่ทราบสาเหตุของการก่อเหตุที่แน่ชัด แต่อย่างไรก็ตามตนคิดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจกระทำเกินกว่าเหตุ เพราะลูกชายไม่มีอาวุธปืนหรือมีด มีเพียงไม้เบสบอล และ ประทัดลูกบอลเท่านั้น

ขณะที่ พล.ต.ต.สถาพร เปิดเผยว่าหลังจากที่ได้รับรายงานแล้วได้ลงพื้นที่เข้ามาดูข้อเท็จจริงทันที พร้อมทั้งกำชับการทำสำนวนให้เป็นธรรมต่อทุกฝ่าย แต่อย่างไรก็ตามขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน และสอบสวนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเพราะนอกจากนายปัทวินที่เสียชีวิตแล้วยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บอีก 2 นาย ซึ่งกำลังไปตรวจรักษาที่โรงพยาบาล ส่วนร่างของนายปัทวิน เจ้าหน้าที่ได้นำส่งแผนกนิติเวชโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้ง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

‘ทักษิณ’ ปลื้มลงพื้นที่นราธิวาส ในรอบ 19 ปี ปชช.รอต้อนรับ
นายกฯ รับรายงาน ตร.ไทย-กัมพูชา ร่วมมือทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ฝั่งปอยเปต ช่วยเหยื่อคนไทยนับร้อย หลุดพ้น
“เทพไท” เชื่อ 44 อดีตสส.ก้าวไกล ลงชื่อรื้อ แก้ 112 ถูกตัดสิทธิ์ กระทบหนักยิ่งกว่าถูกยุบพรรค
"หม่องชิต ตู่" ส่งกำลังทหารกว่า 150 นาย คุมเข้มเคเคปาร์ค จับหัวหน้าแก๊งคอลเซนเตอร์ กวาดต้อน 450 เหยื่อต่างชาติ
ใต้ป่วนต่อเนื่อง คนร้ายลอบวางบึ้มหน้าร้านสะดวกซื้อ บันนังสตา ตร.เจ็บ 7 นาย-ชาวบ้านอีก 4 เช้านี้บึ้มรถยนต์อีก หน้าห้างสนามบินนราฯ
พรรคไทยก้าวหน้า แถลงขอโทษปชช. แจงคดี “สส.ปูอัด” ขอรอผ่านชั้นอัยการ ก่อนตัดสินใจขับพ้นพรรค
"นิด้าโพล" คนไทยส่วนใหญ่ เชื่อ "เพื่อไทย-ภูมิใจไทย" ขัดแย้งจริง แต่เคลียร์จบได้
มาแน่ เช็กรายชื่อ 39 จังหวัด รับมือพายุฝนถล่ม ลมแรง กทม.โดนด้วย ร้อนสุด 37 องศา
"ตม." งัดข้อมูลซัด "โรม" หน้าหงาย ระบบ Biometrics บันทึกข้อมูลทุกคน ระบบ PIBICS คุมคนต่างด้าว
สธ.แจงไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ใน "ค้างคาว" ยังไม่แพร่ระบาดสู่คน

ดู LIVE รายการ

X

เราใช้ คุ้กกี้ เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น