“กบง.” เคาะแพคเกจมาตรการบรรเทา กระทบราคาพลังงาน

กบง. เคาะแพคเกจมาตรการบรรเทาผลกระทบราคาพลังงาน มีมติตรึงราคาขายปลีกก๊าซหุงต้ม หรือ LPG ในเดือนต.ค. ที่ 408 บาทต่อถัง 15 กิโลกรัม(กก.) พร้อมขอผู้ค้าตรึงราคาคงค่าการตลาดฯ กลุ่มดีเซล ขณะที่ให้ปรับขึ้นราคาก๊าซ NGV สำหรับรถยนต์ทั่วไป 1 บาทต่อกก. เป็น 16.59 บาทต่อกก. จากราคาก๊าซธรรมชาติเพิ่มสูงขึ้น

วันที่ 8 กันยายน 2565 นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังเป็นประธาน การประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เมื่อวานนี้(7 ก.ย.65) ว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ Covid -19 สถานการณ์สงครามระหว่างรัสเซีย- ยูเครน ส่งผลต่อเงินเฟ้อและราคาพลังงานที่ยังอยู่ในระดับสูงทั่วโลก ซึ่งมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงพลังงาน (พน.) ได้ออกมาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น เพื่อเป็นการลดภาระค่าครองชีพ บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและผู้ประกอบการมาอย่างต่อเนื่องนั้น โดยที่ประชุม กบง. ได้มีการพิจารณาแนวทางบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมัน รวมถึงการทบทวนกำหนดราคา LPG และ NGV เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน โดยที่ประชุมมีมติ

 

ข่าวที่น่าสนใจ

เห็นชอบการขยายมาตรการบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้น ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2565 โดยให้คงสัดส่วนผสมไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซลหมุนเร็วอยู่ที่ร้อยละ 5 (บี5) และขอความร่วมผู้ค้าน้ำมันคงค่าการตลาดน้ำมันเชื้อเพลิงกลุ่มดีเซล ไม่เกิน 1.40 บาทต่อลิตร ทั้งนี้กระทรวงพลังงาน จะติดตามสถานการณ์ปาล์มน้ำมันอย่างใกล้ชิด หากมีการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ปาล์มน้ำมันที่ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันปาล์ม ให้นำเสนอ กบง. พิจารณาต่อไป เห็นชอบให้ตรึงราคาขายปลีกก๊าซหุงต้ม (LPG) ในเดือนตุลาคม ที่ราคา 408 บาทต่อถัง 15 กิโลกรัม 1 เดือน (1-31 ตุลาคม 2565) และมอบหมายให้กรมธุรกิจพลังงาน จัดทำแนวทางการช่วยเหลือ มุ่งเป้า LPG ภาคครัวเรือน เพื่อลดผลกระทบต่อภาระค่าครองชีพของประชาชน

นายสุพัฒนพงษ์ ได้ชี้แจงในส่วนของสถานการณ์ราคา NGV ว่า ที่ผ่านมา กบง. ได้มีมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและผู้ประกอบการที่ใช้ก๊าซ NGV เป็นเชื้อเพลิงมาโดยตลอด ส่งผลให้ปัจจุบัน ปตท. มีภาระการช่วยเหลือราคา NGV (ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2564 – 15 กันยายน 2565) รวม 6,757 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์ราคาก๊าซธรรมชาติที่ปรับสูงขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายปี 2564 ถึงปัจจุบัน ส่งผลให้ต้นทุนราคา NGV ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มว่าต้นทุนราคาก๊าซ NGV ในช่วงปลายปี 2565 อาจปรับตัวสูงขึ้นอยู่ในช่วง 29 ถึง 34 บาทต่อกิโลกรัม ในขณะที่ภาครัฐยังคงราคาขายปลีกก๊าซ NGV สำหรับรถยนต์ทั่วไปอยู่ที่ 15.59 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งทำให้เกิดการแข่งขันทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้ประกอบการในธุรกิจ NGV

ดังนั้น เพื่อลดการบิดเบือนราคาพลังงานและให้ประชาชนตระหนักรู้ถึงต้นทุนราคาพลังงานที่ปรับตัวอยู่ในระดับสูง กบง. จึงมีมติเห็นชอบให้ปรับขึ้นราคาขายปลีกก๊าซ NGV สำหรับรถยนต์ทั่วไปเพียง 1 บาทต่อกิโลกรัม จาก 15.59 บาทต่อกิโลกรัมเป็น 16.59 บาทต่อกิโลกรัม โดยมอบหมายให้กระทรวงพลังงานขอความร่วมมือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ทั้งนี้ ให้ สนพ.ติดตามสถานการณ์ราคาก๊าซธรรมชาติอย่างใกล้ชิดหากมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญให้นำเสนอ กบง. เพื่อพิจารณาการกำหนดราคา NGV ที่เหมาะสมในระยะต่อไป และให้คงมาตรการช่วยเหลือกลุ่มรถแท๊กซี่ในโครงการ NGV เพื่อลมหายใจเดียวกันของ ปตท. โดยให้สามารถซื้อก๊าซ NGV ได้ในราคาเดิมที่ 13.62 บาทต่อกิโลกรัม เป็นเวลา 3 เดือน คือ ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2565 ถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2565

ที่ประชุม กบง. ได้มีการพิจารณาทบทวนหลักเกณฑ์การคำนวณราคาเชื้อเพลิงชีวภาพ (ไบโอดีเซล และ เอทานอล) โดยได้มีมติเห็นชอบ
(1) หลักเกณฑ์การคำนวณราคาไบโอดีเซลอ้างอิง ใช้หลักเกณฑ์การคำนวณราคาอ้างอิงจากต้นทุนการผลิต (Revised Cost Plus) โดยลดวัตถุดิบเหลือ 2 ชนิด คือ น้ำมันปาล์มดิบ (CPO) และสเตียรีน (ST) และ ปรับอัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA) ที่ 5% โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม 2565 เป็นต้นไป
(2) ยังคงหลักเกณฑ์การคำนวณราคาเอทานอลอ้างอิง ตามการคำนวณราคาอ้างอิงราคาตลาด (Market Price) โดยใช้ราคาจากการเปรียบเทียบราคาต่ำสุดระหว่างเอทานอลเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักที่ผู้ผลิตรายงานต่อกรมสรรพสามิต กับราคาเอทานอลเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักที่ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 รายงานต่อ สนพ. โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 เป็นต้นไป

นอกจากนี้ กบง. ได้มีมติเห็นชอบการทบทวนประมาณการงบประมาณตามแนวทางการช่วยเหลือค่าไฟฟ้าเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ราคาพลังงานที่สูงขึ้น ของกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 500 หน่วยต่อเดือน ในพื้นที่ของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) รวมทั้งผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยที่เป็นผู้ใช้ไฟฟ้ารายย่อยของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และผู้ใช้ไฟฟ้าในพื้นที่บริการของกิจการไฟฟ้าสวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือ (กิจการไฟฟ้าสวัสดิการฯ) เป็นเวลา 4 เดือน ตั้งแต่ค่าไฟฟ้าประจำเดือนกันยายน 2565 ถึงเดือนธันวาคม 2565

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

"กรมทางหลวงชนบท" โร่แจง ไม่เคยเป็นคู่สัญญากับ "บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 "
"ก.แรงงาน" เตรียมถกแนวทาง "หลักประกันค่าชดเชย" กรณีถูกเลิกจ้าง 9 เม.ย.นี้
จนท.นำเครื่องจักรหนักเข้าพื้นที่โซน B ได้แล้ว ลุยตัดสิ่งกีดขวางขนาดใหญ่
วอร์รูม “ก.แรงงาน” เร่งเครื่องจ่ายเงินเยียวยา เหยื่อแผ่นดินไหวแล้ว 17.4 ลบ.
"ดีอี" เตือนอย่าหลงเชื่อ ข่าวปลอม “สัญญาณเตือนสึนามิ น้ำทะเลภูเก็ตลดฮวบ หลังแผ่นดินไหวเกาะสุมาตรา”
วินาศสันตะโร รถชนกันสนั่น 7 คันรวด น้ำมันหกเต็มถนนพหลโยธิน มีผู้บาดเจ็บ 6 ราย
"สันติสุข" แจงมองต่าง เหตุแพทยสภาเลื่อนตัดสินปมชั้น 14 เชื่อคกก.รู้สังคม จับตา ไม่ยอมทำสิ่งเสื่อมเสียเกียรติแน่นอน
อากาศวันนี้ "อุตุฯ" เผยไทยตอนบน อากาศร้อนทะลุ 40°C เตือน 21 จว. รับมือฝนถล่ม กทม.โดนด้วย
จัดอย่างยิ่งใหญ่ ชวนเที่ยวงานวัฒนธรรม วันสงกรานต์ "งานเทศกาลหนังใหญ่วัดขนอน และมหกรรมหนังเงานานาชาติ"
เปิดภาพนาทีรวบหนุ่มเมา แต่งกายคล้ายกู้ภัย ต่อยหน้าตร.หลังถูกจับได้แอบเข้าเขตตึกถล่ม สตง.

ดู LIVE รายการ

X

เราใช้ คุ้กกี้ เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น