“เนวิน” ฉายภาพ 3 นโยบายที่ภูมิใจไทยจะต้องทำ

“เนวิน ชิดชอบ” เผย 3 นโยบายพรรคภูมิใจจะต้องทำสำหรับประเทศไทย 1.พักหนี้ 3 ปี หยุดต้น ปลอดดอก 2.ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ให้ประชาชน 20 ล้านครัวเรือน 3.ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ 20 ล้านครัวเรือน

วันที่ 29 ตุลาคม 2565 นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ให้สัมภาษณ์ในรายการ Top Talk ทางท็อปนิวส์ ถึงนโยบายที่พรรคภูมิใจจะต้องทำสำหรับประเทศไทยว่า 1.พักหนี้ 3 ปี หยุดต้น ปลอดดอกเบี้ย ไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อคน เพราะคนไทยต้องประสบปัญหาความเดือดร้อนจากวิกฤตโควิด และเศรษฐกิจ ส่วนจะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายดอกเบี้ยนั้น ปัจจุบันมีหนี้บุคคลจำนวน 6 แสนล้านบาท หากพักหนี้ 6 แสนล้านบาท รัฐบาลสามารถออกพันธบัตรรัฐบาลได้

ข่าวที่น่าสนใจ

2.วันนี้เรามีหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า คนรักษาฟรี เมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล เข้าไปทำหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ก็ได้ไปเร่งรัดเรื่องฟอกไตฟรี เครื่องฉายรังสีมะเร็งฟรี แต่สิ่งที่ทำมาทั้งหมด ยังไม่สามารถลดภาระความเจ็บปวดของประชาชนได้ วันนี้คนเป็นโรคไต 8 ล้านคน มีคนฟอกไตทุกวันไม่ต่ำกว่า 2 แสนคน ปัญหาของผู้ป่วยคือไปฟอกไตฟรีจริง แต่ไม่ทั่วถึง หลายจังหวัดเป็นแบบนี้ ดังนั้นสิ่งที่จะต้องทำตนคิดว่าจะต้องมีเครื่องฟอกไตทั่วถึงทุกอำเภอ เครื่องฉายรังสีมะเร็งก็เช่นกัน

3.ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ให้กับประชาชนจำนวน 20 ล้านครัวเรือน โดยรัฐบาลลงทุนให้ราว 2 ล้านล้านบาท ซึ่งโซลาร์เซลล์ 1 แผง รวมค่าอื่นๆ ลงทุนไม่เกิน 1 แสนบาท ใช้ 25 ปี ผลิตไฟฟ้าได้ 2.5 กิโลวัตต์ แบ่งไฟฟ้ากันใช้ระหว่างชาวบ้านที่เป็นเจ้าของบ้านกับรัฐบาล ชาวบ้านจะได้ไฟประมาณ 114 หน่วยต่อ 1 เดือน คิดเป็นเงินประมาณ 450-500 บาทต่อเดือน เท่ากับเขาใช้ไฟฟรี จากปกติต้องจ่าย 900 บาท สามารถลดค่าใช้จ่ายได้ครัวเรือนละ 5,000 บาทต่อปี รวม 20 ล้านครัวเรือน ลดค่าใช้จ่ายประชาชนได้ถึงแสนล้านบาทต่อไป อีกทั้งเมื่อลดตรงนี้ได้ ก็จะเพิ่มกำลังซื้อให้กับประชาชน ส่วนรัฐบาลก็ได้ไฟจากตรงนี้ประมาณ 60% เอากลับมาขาย เพื่อใช้หนี้ค่าลงทุนโซลาร์เซลล์ให้กับชาวบ้าน ขณะเดียวกันรัฐบาลยังได้คาร์บอนเครดิต 36-40 ล้านตันต่อปี ซึ่งราคาคาร์บอนเครดิตใสนตลาดโลกซื้อขายกัน 35 เหรียญจนถึง 100 เหรียญต่อตัน หรือคิดเฉลี่ย 50 เหรียญต่อตัน ดังนั้นโปรเจกต์นี้โปรเจกต์เดียว จะสร้างคาร์บอนเครดิตให้กับประเทศนี้ได้ประมาณ 40-50 ล้านตันต่อปี สามารถขายได้ปีละแสนล้านบาท ปี 2050 ประเทศไทยจะไปถึงจุดที่คาร์บอนเป็นศูนย์ได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

"ยูเน็กซ์ อีวี" เปิดตัวแพลตฟอร์ม ขับเคลื่อนอัจฉริยะปฏิวัติอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในไทย พร้อมจับมือพันธมิตร ธุรกิจสร้างระบบนิเวศ EV ครบวงจร
"พาณิชย์–DITP" จัดกิจกรรมจับคู่เจรจาการค้าระหว่าง ผู้ส่งออกสินค้าน้ำตาล-น้ำตาลแปรรูปกับผู้นำเข้าฟิลิปปินส์
“การรถไฟฯ” แจง ผลตรวจเหล็ก สร้างรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน
"ผบ.ทบ." เยี่ยมหน่วยตรวจเลือกทหารภาคใต้ ย้ำทุกกระบวนการยึดตามระเบียบ โปร่งใส
นาทีเดือด "กลุ่ม ศปปส." ปะทะ "แกนนำกลุ่มแรงงานพม่า Bright future" หลังจะมาตั้งม็อบประท้วงหน้า UN
"กรมทางหลวงชนบท" โร่แจง ไม่เคยเป็นคู่สัญญากับ "บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 "
"ก.แรงงาน" เตรียมถกแนวทาง "หลักประกันค่าชดเชย" กรณีถูกเลิกจ้าง 9 เม.ย.นี้
จนท.นำเครื่องจักรหนักเข้าพื้นที่โซน B ได้แล้ว ลุยตัดสิ่งกีดขวางขนาดใหญ่
วอร์รูม “ก.แรงงาน” เร่งเครื่องจ่ายเงินเยียวยา เหยื่อแผ่นดินไหวแล้ว 17.4 ลบ.
"ดีอี" เตือนอย่าหลงเชื่อ ข่าวปลอม “สัญญาณเตือนสึนามิ น้ำทะเลภูเก็ตลดฮวบ หลังแผ่นดินไหวเกาะสุมาตรา”

ดู LIVE รายการ

X

เราใช้ คุ้กกี้ เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น