สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานข่าว โดยอ้างข้อมูลจากบริษัท RTE ผู้ให้บริการโครงข่ายไฟฟ้าแห่งชาติ ว่าฝรั่งเศสเสี่ยงไฟฟ้าดับเป็นเวลาหลายวันในฤดูหนาวนี้ ตามรายงานของการไฟฟ้าฝรั่งเศส หรือ EDF ปกติแล้วฝรั่งเศส สามารถผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ จากเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ 56 เครื่อง แต่ขณะนี้ มีเพียง 31 เครื่องเท่านั้น ที่เปิดทำงานตามปกติ โดยเครื่องที่เหลือ อยู่ระหว่างซ่อมบำรุง ซึ่งตามแผน บริษัทจะเริ่งเปิดให้เครื่องปฏิกรณ์ทำงานได้มากกว่า 40 เครื่องในปลายปี แต่บริษัทมีความกังวลว่า การบำรุงรักษาอาจใช้เวลานานกว่าที่วางแผนไว้ และอาจทำให้ประเทศ ซึ่งเดิมเป็นผู้ส่งออกพลังงาน ต้องกลายสถานะเป็นผู้นำเข้าแทนในปีนี้ และนั่นจะหมายถึงค่าไฟฟ้าที่มีราคาแพงขึ้น รวมถึงการขาดแคลนไฟฟ้า
รัฐบาลฝรั่งเศสจึงเรียกร้องให้ภาคธุรกิจและครัวเรือน ประหยัดพลังงาน เพื่อหลีกเลี่ยงไฟฟ้าดับ และในสถานการณ์ที่ไฟฟ้าเริ่มไม่เพียงพอ RTE จะเปิดระบบการแจ้งเตือนที่เรียกว่า อีโควัตต์ ซึ่งมีสัญลักษณ์เป็นสีแดง ล่วงหน้า 3วัน เพื่อเตือนให้ลดการใช้พลังงานลง โดยนาย ซาเวียร์ พีแชคซิค ผู้บริหารระดับสูงของ RTE กล่าวว่า เรายังคงอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ยิ่งอากาศหนาวมากขึ้นเท่าไหร่ ก็จะได้ยินสัญญาณอีโควัตต์มากขึ้นเท่านั้น และหากฤดูหนาวนี้ อุณหภูมิอยู่ในค่าเฉลี่ยตามคาด จะมีสัญญาณอีโควัตต์แจ้งเตือน2-3 ครั้ง
นอกจากนี้เขากล่าวว่า จากสภาพอากาศที่ดูค่อนข้างอบอุ่นจนถึงสิ้นเดือน ทำให้ประเทศได้รับประโยชน์ จากการใช้พลังงานที่ลดลง เนื่องจากไฟฟ้ามีราคาแพงขึ้น แต่สถานการณ์นั้น ยังคงมีความเสี่ยง จากเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่ใช้งานได้น้อยกว่าคาด ซึ่งบริษัทจะประเมินความเสี่ยงอีกครั้งสำหรับสถานการณ์ในช่วง 4 เดือนข้างหน้า ในวันศุกร์นี้