ชาวนาเตรียมรับเงิน ธ.ก.ส. โอนเงินประกันรายได้อีกกว่า 500 ล้าน 8 ธ.ค. นี้

ธ.ก.ส. เตรียมโอนเงินประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2565/66 งวดที่ 8 และงวดที่ 1-7 (เพิ่มเติม) เข้าบัญชีเกษตรกรในวันพรุ่งนี้ ( 8 ธ.ค.65) รวม 557.58 ล้านบาท โดยมีเกษตรกรได้รับประโยชน์จำนวน 192,775 ครัวเรือน

วันนี้(7 ธ.ค.65) นายกษาปณ์ เงินรวง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2565 เห็นชอบให้ดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2565/66 วงเงินงบประมาณตามกรอบมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 จำนวน 18,700.13 ล้านบาท และมติคณะกรรมการ ธ.ก.ส. เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2565 เห็นชอบให้ ธ.ก.ส. ดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว 5 ชนิด ได้แก่ ข้าวเปลือกหอมมะลิ ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ข้าวเปลือกปทุมธานี ข้าวเปลือกเจ้า และข้าวเปลือกเหนียว ในพื้นที่เพาะปลูกข้าวทั่วประเทศ ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร ประมาณ 4.68 ล้านครัวเรือน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวและป้องกันความเสี่ยงด้านราคาไม่ให้ประสบปัญหาขาดทุน ลดภาระปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ โดยที่กลไกตลาดยังคงทำงานเป็นปกติ

ข่าวที่น่าสนใจ

โดย ธ.ก.ส. ได้เริ่มโอนเงินประกันรายได้ งวดที่ 1-7 สำหรับเกษตรกรที่แจ้งวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวในช่วงวันที่ 15 ตุลาคม ถึง 25 พฤศจิกายน ตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน 2565 เป็นจำนวนเงิน 6,697.65 ล้านบาท มีเกษตรกรได้รับประโยชน์ จำนวน 2.33 ล้านครัวเรือน สำหรับเกษตรกรที่แจ้งวันที่คาดว่า จะเก็บเกี่ยวในช่วงวันที่ 26 พฤศจิกายน ถึง 2 ธันวาคม 2565 ธ.ก.ส. ได้เตรียมโอนเงินส่วนต่างระหว่างราคาประกันกับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงในงวดที่ 8 และงวดที่ 1-7 (เพิ่มเติม) เข้าบัญชีเกษตรกรในวันที่ 8 ธันวาคม 2565 เป็นจำนวนเงิน 557.58 ล้านบาท โดยมีเกษตรกรได้รับประโยชน์จำนวน 192,775 ครัวเรือน

ทั้งนี้ หลักเกณฑ์การจ่ายเงินประกันรายได้ เกษตรกรจะต้องขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 2565/66 กับกรมส่งเสริมการเกษตร และต้องแจ้งวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยว เพื่อใช้เป็นข้อมูลช่วงเวลาที่เกษตรกรจะได้รับสิทธิชดเชย โดยกรมส่งเสริมการเกษตร จะจัดส่งข้อมูลการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว จำแนกตามช่วงเวลาที่เก็บเกี่ยวและคำนวณปริมาณผลผลิต โดยใช้พื้นที่ทั้งหมดที่ขึ้นทะเบียนปลูกข้าวแต่ละชนิดคูณผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่เป็นปริมาณผลผลิตที่ต้องชดเชยส่งให้ ธ.ก.ส. ประมวลผลเพื่อดำเนินการจ่ายเงินเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรงภายใน 3 วัน นับจากวันที่ได้รับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงในแต่ละรอบจากคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้ ผู้ปลูกข้าว

นายกษาปณ์ กล่าวว่า เกษตรกรสามารถรตรวจสอบผลการโอนเงินได้ทางแอปพลิเคชัน ธ.ก.ส. A-Mobile และ A-Mobile Plus ตลอด 24 ชั่วโมงและจะมีข้อความแจ้งเตือนเงินเข้าบัญชีผ่าน LINE Official BAAC Family กรณีที่ลูกค้าสมัครใช้บริการ BAAC Connect รวมถึงสามารถเบิกถอนเงินสดผ่านตู้ ATM ของ ธ.ก.ส. ทั่วประเทศ สำหรับเกษตรกรที่มีข้อสอบถามเกี่ยวกับโครงการดังกล่าวนี้ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ปชป.ครบรอบ 79 ปี "เฉลิมชัย" ลั่นนำพาพรรคเดินหน้าด้วยอุดมการณ์ มั่นใจ "ชินวรณ์" สู้ศึกลต.ซ่อมนครศรีฯ
แตกตื่น! หนุ่มวัย 27 สาดกระสุนในงาน “โคตรเปียก-ตะวันนา” ยิงคู่อริดับ 1 ราย ตร.บุกรวบทันควัน
ชาวอเมริกัน รวมตัวลุกฮือ ชุมนุมประท้วงต่อต้านนโยบาย "ทรัมป์"
"ผู้รับเหมา" มาตามนัด บุกทวงเงินค่าจ้าง หลังรับงานวางระบบไฟ "ตึกสตง." พบยอดค้างจ่ายหลายล้าน
"เมียนมา" เผยยอดผู้เสียชีวิต เหตุแผ่นดินไหว ทะลุ 3,471 ราย
เมียนมาเผยยอดดับ 'แผ่นดินไหว' เพิ่มเป็น 3,471 ราย .
จีนชี้ตลาดหุ้นทั่วโลกส่งสัญญานค้านมาตรการภาษีทรัมป์
ชาวอเมริกันทั่วประเทศชุมนุมประท้วงทรัมป์
คนไทยในอเมริกาอ่วมหลังทรัมป์ขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าไทย 36%
“มทภ.2” เปิดยุทธการกดดัน “กองทัพมด” กลุ่มผู้ลักลอบลำเลียงยาเสพติด วันเดียวจับได้ 3 เคสใหญ่ ยึดยาบ้ากว่า 2 ล้านเม็ด-ไอซ์ 360 กก.

ดู LIVE รายการ

X

เราใช้ คุ้กกี้ เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น