“อดีตรองอธิการฯมธ.” ยกเหตุครูส้ม หมิ่นใส่ร้าย “ป๋าเปรม” ชี้ชัด 3 ปี หน่วยมั่นคงล้มเหลวหยุด 3 นิ้วล้มเจ้า

“อดีตรองอธิการบดีมธ.” จี้ฝ่ายมั่นคงเร่งปราบขบวนการล้มล้างสถาบัน หวั่นไทยจะกลายเป็นปท.สาธารณรัฐ

รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เคลื่อนโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุตอนหนึ่งว่า กรณีครูที่โรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย เป็นสัญญาณเพียงส่วนยอดของภูเขาน้ำแข็งที่โผล่ขึ้นมาให้เห็นเท่านั้น ส่วนที่อยู่ด้านล่างที่ไม่ได้โผล่ขึ้นมายังมีอีกมากมายที่เราอาจคาดไม่ถึง เพราะการสอนเด็กด้วยชุดความคิด และความเชื่อแบบครูคนดังกล่าว ไม่ได้เริ่มขึ้นในโรงเรียน แต่เริ่มขึ้นในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ

 

อาจเป็นรูปภาพของ หนึ่งคนขึ้นไป

ข่าวที่น่าสนใจ

โดยอาจารย์จำนวนหนึ่งซึ่งมีอยู่ในเกือบจะทุกมหาวิทยาลัย มีการสอดแทรกชุดความคิดทางการเมืองของตัวเอง สอนว่ารัฐบาลที่ไม่ได้เกิดจากการเลือกตั้งทั้งหมดคือรัฐบาลเผด็จการ ทำให้ประเทศล้าหลัง การเลือกตั้งเท่านั้นที่จะทำให้ประเทศเจริญได้ มีความเท่าเทียมได้สอนว่าพระมหากษัตริย์ทรงลงมาแทรกแซงการเมือง ให้การสนับสนุนการทำรัฐประหาร พระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์คือต้นกำเนิดของความเหลื่อมล้ำไม่เท่าเทียมกัน มีกการนำข่าวลือต่างๆในทางไม่ดีที่ยังไม่ใช่ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ และเกี่ยวกับรัฐบาลหรือนักการเมืองที่ตัวเองไม่ชอบมาเล่าให้นิสิตนักศึกษาที่ตัวเองสอนฟัง โดยไม่แยกแยะว่าเรื่องใดเป็นเพียงข่าวลือ เรื่องใดเป็นความจริง ปรากฏการณ์เช่นนี้น่าจะมีมานานร่วม 20 ปีแล้ว นั่นคือสาเหตุที่ในปัจจุบัน ทั้งนักเรียน และนิสิตนักศึกษาในมหาวิทยาลัยจำนวนมากชู 3 นิ้วในทุกโอกาสที่ทำได้ด้วยความภาคภูมิใจ นั่นคือสาเหตุที่ในโรงภาพยนต์มีผู้ลุกขึ้นยืนตรงเมื่อเปิดเพลงสรรเสริญพระบารมีกันน้อยมาก จนคนที่อยากจะลุกขึ้นยืนตรงเกิดความเขินอาย และนั่นคือสาเหตุที่เกิดม็อบ 3 นิ้วที่ทั้งจาบจ้วง หยาบคาย ล้อเลียน และกระทำการอันเป็นการย่ำยีสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย

รศ.หริรักษ์ ระบุต่อว่า คำถามคือ หน่วยงานฝ่ายความมั่นคงของรัฐจะมีมาตรการอย่างไร ที่จะตอบโต้ขบวนการนี้ ที่ผ่านมาบอกได้เลยว่า รัฐอาจมีข้อมูลมากมายเกี่ยวกับขบวนการนี้ แต่การดำเนินการเชิงรุกที่จะหยุดหรือชะลอวงจรนี้ลงยังไม่มีให้เห็นเป็นรูปธรรม มีแต่รอให้เกิดขึ้นแล้วจึงดำเนินคดี อย่าลืมว่าศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยแล้วว่า การกระทำต่าง ๆ ของขบวนการนี้เข้าข่ายเป็นการล้มล้างการปกครองระบอบ

ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ดังนั้นกระทำเหล่านี้ต้องหยุดลง แต่นอกจากการดำเนินคดีตามมาตรา 112 และ 116 ซึ่งเป็นการหยุดที่ปลายเหตุ แต่มาตรการป้องกันที่ต้นเหตุหรือต้นตอของปัญหาจะต้องมีด้วย แต่ก็ยังไม่มี และการกระทำที่เข้าข่ายล้มล้างก็ยังดำเนินต่อไป หากมีการผลิตบุคลากรที่มีความคิดตามขบวนการนี้ในทุกระดับต่อไปเรื่อยๆ แม้ไม่สามารถพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินได้ในระยะ 10 ปีข้างหน้า แต่ในอนาคตหลังจากนั้น ยังไม่มีใครรู้ว่าอีกนานเท่าใด ประเทศไทยจะต้องเปลี่ยนจากการเป็นราชอาณาจักรไปเป็นประเทศสาธารณรัฐเป็นแน่

 

 

 

 

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

จัดอย่างยิ่งใหญ่ ชวนเที่ยวงานวัฒนธรรม วันสงกรานต์ "งานเทศกาลหนังใหญ่วัดขนอน และมหกรรมหนังเงานานาชาติ"
เปิดภาพนาทีรวบหนุ่มเมา แต่งกายคล้ายกู้ภัย ต่อยหน้าตร.หลังถูกจับได้แอบเข้าเขตตึกถล่ม สตง.
กลับมาอีกครั้งกับ "คอนเสิร์ตเพชรในเพลง" ในงานสัปดาห์วันอนุรักษ์มรดกไทย 8 เม.ย.นี้ ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ชมฟรี
จนท.สนธิกำลัง "บุกจับบ่อนเสือมังกร" นนทบุรี รวบนักพนันนับร้อยราย
"สยามพิวรรธน์" ผนึกกำลังพันธมิตร เปิดศูนย์กลางรับบริจาค จากเหตุธรณีธรณีพิบัติภัย ช่วย รพ.ทั่วประเทศ ภายใต้โครงการ "สยามรวมใจ ไทยช่วยไทย"
"อนุทิน" ตั้ง คกก. สอบข้อเท็จจริง เหตุตึก สตง. ถล่ม ขีดเส้นตาย 7 วัน ต้องรู้เรื่อง
"สันธนะ" เข้าให้ปากคำตร.คดีถูก "บังมัด คลองตัน" ตบหน้าผับ ด้านผกก.ยันเป็นคดีลหุโทษ ต้องดำเนินคดี
"รมว.นฤมล" เผยความพร้อม เตรียมจัดงานวันพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ 8-9 พ.ค. 68
จับตา! “รอยเลื่อนภาคใต้” ใกล้ถึงคาบอุบัติซ้ำ “กูรู” เตือน “เขื่อนเชี่ยวหลาน”
จีนสั่งเก็บภาษีสินค้าสหรัฐ 34% ตอบโต้ทรัมป์

ดู LIVE รายการ

X

เราใช้ คุ้กกี้ เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น