สหรัฐและเยอรมนีออกแถลงการณ์ร่วมระบุว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐ และนายกรัฐมนตรีโอลาฟ โชลซ์ แห่งเยอรมนี ยืนยันความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันที่ไม่เปลี่ยนแปลงกับยูเครนและประชาชน เมื่อเผชิญกับการรุกรานของรัสเซีย โดยสหรัฐจะจัดหายานรบทหารราบแบรดลีย์ที่สามารถติดตั้งปืนใหญ่อัตโนมัติ 25 มม., ปืนกล 7.62 มม., และขีปนาวุธต่อต้านรถถัง ให้กับยูเครน ส่วนเยอรมนีก็จะจัดหายานเกราะต่อสู้ทหารราบมาร์เดอร์ให้กับยูเครนด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ ทั้ง 2 ประเทศก็กำลังวางแผนที่จะฝึกกองกำลังยูเครน ในการใช้ระบบที่เกี่ยวข้องต่างๆด้วย
ด้านนายพลแพทริค ไรเดอร์ โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐ ออกแถลงข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า แม้ว่ารถหุ้มเกราะที่ส่งไป จะไม่ใช่รถถัง แต่ยานเกราะแบรดลีย์ก็มีศักยภาพการยิงและเป็นชุดเกราะในระดับหนึ่ง ที่จะนำมาซึ่งความได้เปรียบในสนามรบได้ โดยถึงมันจะไม่ใช่รถถัง แต่มันจะเป็นผู้ที่ปราบรถถังลงได้ ทั้งนี้ ยานเกราะแบรดลี่ย์ และระบบแพทริออต เป็นระบบที่ซับซ้อน จำเป็นต้องมีการฝึกฝน ดังนั้น สหรัฐในฐานะที่อยู่ในจุดหนึ่งของการต่อสู้ครั้งนี้ สหรัฐจะจัดให้มีการฝึกอบรม เพื่อให้ยูเครนสามารถดำเนินการและรักษาระบบดังกล่าวไว้ได้ และมุ่งเน้นไปที่การปกป้องประเทศของตน รวมถึงยึดดินแดนกลับคืนมา
อย่างไรก็ดี ยานเกราะที่สหรัฐและเยอรมนีจะส่งให้ยูเครนนั้น ไม่ใช่สิ่งที่ยูเครนต้องการอย่างแท้จริง โดยตลอดเวลาตั้งแต่ความขัดแย้งปะทุขึ้น ยูเครนได้พยายามร้องขอรถถังเลียวพาร์ด จากเยอรมนี ซึ่งก็ถูกเยอรมนีหาเรื่องเลี่ยงเสมอ เพราะหวั่นจะเป็นการยกระดับสงคราม
และในช่วงท้ายปี ที่ปรึกษาของประธานาธิบดียูเครน ก็ได้ทำการลิสต์รายชื่อสิ่งที่ต้องการในวันคริสต์มาส 1 ในนั้นก็คือ รถถังต่อสู้ M1 อับรัมส์ ที่ผลิตในสหรัฐ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ที่ไม่เปิดเผยชื่อของสหรัฐได้บอกกับทางวอชิงตันโพสต์ สื่อของสหรัฐว่า สหรัฐจะไม่ส่งรถถังรุ่นนี้ให้ยูเครน โดยสหรัฐอ้างถึงระบบการใช้ที่ซับซ้อน จนไม่น่าจะเหมาะสมกับกองทัพยูเครน