นางเออร์ซูล่า ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป นำคณะกรรมธิการอีก 15 คนเดินทางเยือนยูเครน พร้อมร่วมจัดการประชุมกับรัฐบาลของประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ทั้งนี้ ฟอน เดอร์ เลเยนได้ทวิตก่อนการเดินทางว่า ดีใจที่ได้กลับมาที่ยูเครนอีกครั้ง ซึ่งเป็นครั้งที่ 4 ของตนนับตั้งแต่การรุกรานของรัสเซีย การมาที่นี่ก็เพื่อแสดงให้เห็นว่าสหภาพยุโรปยืนหยัดเคียงข้างยูเครนอย่างมั่นคงเช่นเคย และเพื่อกระชับการสนับสนุน รวมถึงความร่วมมือของเราให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ในระหว่างการแถลงข่าวร่วมกัน ฟอน เดอร์ เลเยนได้เปิดเผยว่า จะมีการดำเนินการร่วมกันของพันธมิตร G7 ในการจำกัดราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมของรัสเซีย ภายในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ซึ่งตรงกับการครบรอบ 1 ปีที่การรุกรานเริ่มต้นขึ้น นับเป็นมาตรการคว่ำบาตรชุดที่ 10 ที่จะเกิดขึ้นกับรัสเซีย การคว่ำบาตรของสหภาพยุโรป ได้กัดเซาะเศรษฐกิจของรัสเซีย โดยรัสเซียต้องสูญเสียเงินไปแล้ว 160 ล้านยูโรต่อวันจากราคาน้ำมันสูงสุด และสหภาพยุโรปจะเพิ่มแรงกดดันต่อไป
นอกจากนี้ ฟอน เดอร์ เลเยนยังกล่าวชื่นชมยูเครนด้วยว่า ตนรู้สึกยินดีที่เห็นว่า องค์กรต่อต้านการคอร์รัปชั่นของยูเครน ตื่นตัวและมีประสิทธิภาพในการตรวจจับกรณีการคอร์รัปชั่น และตนยังขอชื่นชมยูเครน กับการตอบสนองอย่างรวดเร็วในระดับการเมือง ที่ทำให้มั่นใจว่า การต่อสู้กับคอร์รัปชั่น ให้ผลลัพธ์ที่จับต้องได้และก้าวหน้าไปอีกขั้น
ด้านของเซเลนสกีก็ได้กล่าวว่า ตอนนี้รัสเซียกำลังรวมศูนย์กองกำลัง เพื่อเตรียมที่จะพยายามแก้แค้น ไม่ใช่แค่เพียงกับยูเครนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการต่อต้านยุโรปและโลกเสรี การจะเอาชนะศัตรูเช่นนี้ จำเป็นต้องมีมากกว่าความสำเร็จในสนามรบ ยูเครนต้องการความหวังในยุโรปที่เป็นอิสระ และเป็นหนึ่งเดียวกัน ตนเชื่อว่ายูเครนสมควรที่จะได้รับการเริ่มเจรจา เกี่ยวกับการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปในปีนี้ การได้รวมตัวกับกลุ่มยุโรป จะสร้างแรงบันดาลใจ และเป็นแรงจูงใจให้กับชาวยูเครน ในการต่อสู้กับกองทหารรัสเซียต่อไป
ทั้งนี้ ก่อนที่คณะกรรมาธิการยุโรป จะเดินทางเยือนยูเครนนั้น ทางสื่อการเมืองชื่อดังของสหรัฐอย่าง โพลิทิโก ก็ได้เปิดเผยข้อมูล โดยอ้างถึงแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยชื่อว่า ทางคณะกรรมาธิการได้รับหนังสือแจ้งถึงการแต่งกายของผู้ที่จะไปว่า ให้หลีกเลี่ยงการสวมใส่เสื้อผ้า ที่อาจเบี่ยงเบนความสนใจจากชุดสีเขียวและลายพรางที่เซเลนสกีชอบใส่ โดยควรหลีกเลี่ยงสีเขียว สีกากี หรือสีที่สว่างเกินไป เพื่อให้ในการถ่ายภาพนั้น รูปภาพที่ออกมา จะแสดงให้เห็นชัดเจนถึงการสนับสนุนยูเครน ตามที่สหภาพยุโรปต้องการจะสื่อออกไป ซึ่งสอดคล้องกับที่ทางนายโจเซป บอร์เรลล์ หัวหน้านโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป ได้บอกในเวลาต่อมาว่า การเยือนครั้งนี้คือ “สัญลักษณ์” ของการสนับสนุนยูเครนของยุโรป