สุดสลด ผัวน้อยใจ ถูกเมียห้ามไม่ให้ขับรถ จยย. แอบถือเชือกเข้าป่าลึกผูกคอดับ

สุรินทร์ – เกิดเหตุสลด ผัวน้อยใจถูกเมียห้ามไม่ให้ขับ จยย.ไปดูเตาเผาถ่าน แอบถือเชือกเข้าป่าลึกผูกคอดับ ท่ามกลางความเสียใจของเมียที่ทราบข่าวในตอนรุ่งเช้า ที่บริเวณป่าทาม อยู่ทางด้านทิศเหนือของบ้านน้ำคำ หมู่ที่ 6 ต.ท่าตูม อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.00 น. วันศุกร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2566 ร.ต.อ. ศิริ คานศรี ร้อยเวร สภ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ ได้รับแจ้งเหตุมีคนผูกคอตายที่บริเวณป่าทาม อยู่ทางด้านทิศเหนือของบ้านน้ำคำ หมู่ที่ 6 ต.ท่าตูม อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ โดยอยู่ห่างออกจากหมู่บ้านไปประมาณ 1 กิโลเมตร จึงได้เดินทางไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยปทุมทอง และ พ.ญ.สิโรรส ทรงเย็น แพทย์เวรประจำโรงพยาบาลท่าตูม

 

 

 

 

 

 

ข่าวที่น่าสนใจ

เมื่อเดินทางไปถึงที่เกิดเหตุ ก็พบกับร่างของนายเกียรติ สร้อยจิตร อายุ 58 ปี ในสภาพใช้เชือกในล่อนสีแดงผูกคอตนเองกับต้นกฐินณรงค์ โดยสวมเสื้อยืดแขนยาวคอกลมสีดำ กางเกงขายาวสีดำ และสวมหมวกสีดำ ซึ่งมีชาวบ้านมามุงดูศพเป็นจำนวนมากแม้จะอยู่ในป่าลึก และหนึ่งในจำนวนนั้นก็คือ นางเสาวภา สร้อยจิตร อายุ 56 ปี ชาวบ้านน้ำคำ ต.ท่าตูม อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ ในสภาพกำลังเข้าไปโอบกอดร่างของผู้ตาย พร้อมกับพูดว่าพี่ไม่น่าทำแบบนี้เลย

 

 

 

 

จาการสอบถาม นางเสาวภา สร้อยจิต ได้บอกว่า ตนเองเป็นเมียของคนตาย คือ นายเกียรติ สร้อยจิต ส่วนสาเหตุที่สามีผูกคอตายในครั้งนี้ ก็น่าจะมีสาเหตุเดียวก็คือ เมื่อวานวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ตอนเวลาประมาณ 17. 30 น. สามีได้มาบอกกับตนเองว่าจะขี่รถมอเตอร์ไซด์ไปดูเตาเผาถ่าน ที่เผาไว้ทางด้านทิศเหนือของหมู่บ้านติดกับป่าทาม แต่ตนสังเกตุเห็นว่าสามีมีอาการเมาเหล้า จึงได้บอกไปว่า ไม่ให้ขี่รถมอเตอร์ไซด์ไป กลัวจะไปชนกับคนอื่นเขา ขณะนั้นสามีจึงร้องตอบมาว่า ไม่เป็นไรเดินไปก็ได้ จากนั้นสามีก็หายไปเลย จนกระทั่งต่อมาเวลา 18.00 น.ตนเองและลูกได้พยายามโทรไปหา แต่ปรากฎว่าโทรศัพท์ติดแต่ไม่มีคนรับ ตนจึงไม่ได้ออกตามหา เพราะสามีเป็นอย่างนี้บ่อย พอเช้าก็จะกลับมาบ้านเอง จวบจนตอนเช้าของวันนี้ ก็ได้มีคนงานเข้าไปตัดต้นยูคาในบริเวณดังกล่าว ก็ได้ไปพบศพและมาแจ้งกำนัน ทางกำนันจึงมาบอกตนว่า มีคนไปพบสามีได้ผูกคอตายแล้ว ตนจึงได้รีบมาดูก็พบกับสภาพที่เห็นนี้ ซึ่งไม่นึกว่าครั้งนี้ สามีจะมาน้อยใจขนาดนี้จนมาผูกคอตาย

ต่อมาหลังจากทาง ร้อยเวรและแพทย์ได้ทำการชันสูตรศพแล้ว ซึ่งญาติไม่ติดใจในสาเหตุการตาย จึงได้ให้ทางกู้ภัยนำร่างของผู้ตายเข้าไปไว้ในวัด เพื่อให้ญาติพี่น้องได้ทำบุญกุศลและฌาปณกิจศพตามประเพณีต่อไป.

 

 

 

 

ภาพ/ข่าว สุทิศ บุญยืน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.สุรินทร์

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ปภ.ประชุมด่วน ผู้ให้บริการ 3 เครือข่ายมือถือ ซักซ้อม-ปรับวิธีส่งข้อมูลแจ้งเตือนภัยผ่าน SMS และ Cell Broadcast
"ยูเน็กซ์ อีวี" เปิดตัวแพลตฟอร์ม ขับเคลื่อนอัจฉริยะปฏิวัติอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในไทย พร้อมจับมือพันธมิตร ธุรกิจสร้างระบบนิเวศ EV ครบวงจร
"พาณิชย์–DITP" จัดกิจกรรมจับคู่เจรจาการค้าระหว่าง ผู้ส่งออกสินค้าน้ำตาล-น้ำตาลแปรรูปกับผู้นำเข้าฟิลิปปินส์
“การรถไฟฯ” แจง ผลตรวจเหล็ก สร้างรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน
"ผบ.ทบ." เยี่ยมหน่วยตรวจเลือกทหารภาคใต้ ย้ำทุกกระบวนการยึดตามระเบียบ โปร่งใส
นาทีเดือด "กลุ่ม ศปปส." ปะทะ "แกนนำกลุ่มแรงงานพม่า Bright future" หลังจะมาตั้งม็อบประท้วงหน้า UN
"กรมทางหลวงชนบท" โร่แจง ไม่เคยเป็นคู่สัญญากับ "บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 "
"ก.แรงงาน" เตรียมถกแนวทาง "หลักประกันค่าชดเชย" กรณีถูกเลิกจ้าง 9 เม.ย.นี้
จนท.นำเครื่องจักรหนักเข้าพื้นที่โซน B ได้แล้ว ลุยตัดสิ่งกีดขวางขนาดใหญ่
วอร์รูม “ก.แรงงาน” เร่งเครื่องจ่ายเงินเยียวยา เหยื่อแผ่นดินไหวแล้ว 17.4 ลบ.

ดู LIVE รายการ

X

เราใช้ คุ้กกี้ เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น