“นิ่ม” แม่น้องต่อ สารภาพทิ้งลูกลงน้ำ เล่าวินาทีก่อเหตุ วอนขอโอกาสสังคม เริ่มชีวิตใหม่

"นิ่ม" แม่น้องต่อ วัย 8 เดือน เปิดใจต่อสื่อ ไม่เคยหลอกตำรวจ ยืนยันนำน้องไปทิ้งที่คลองจริง ขณะที่พ่อนิ่ม ชี้แจงขอให้สื่อแก้ไขข้อมูลนำเสนอข่าวตนเองมีความสัมพันธ์ลูกสาว ไม่ใช่เรื่องจริง ทำตนเองเสื่อมเสีย

จากกรณีของน้องต่อ เด็ก 8 เดือน ที่หายตัวปริศนาจากบ้านวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2566 จนถึงตอนนี้เจ้าหน้าที่กู้ภัยและนักประดาน้ำ ได้ปรับแผนการค้นหาในจุดที่ “นิ่ม” แม่ของน้องต่อ อ้างว่าได้โยนลูกลงไปในคลองแล้วนั้น

 

 

ล่าสุดน.ส.นิ่ม แม่น้องต่อ วัย 8 เดือน ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวเปิดใจกับสื่อ พร้อมกล่าวขอโทษสังคมกับสิ่งที่ตนเองได้กระทำลงไป พร้อมกับเปิดเผยว่า ตนเองขอยืนยันคำให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นเป็นความจริง โดยในวันเกิดเหตุตนเองได้นำน้องสวมเสื้อยืดลายขวางสีขาวดำและใส่แพมเพิส โยนน้องลงไปในน้ำห่างจากขอบริมตลิ่ง จุดที่ชี้ให้การกับตำรวจตรงคลองท่อ ตัดกับแม่น้ำท่าจีน ซึ่งเป็นคลองภายในหมู่บ้าน สาเหตุที่ทำไป เพราะในวันเกิดเหตุ ระหว่างที่ตนเองได้อุ้มน้องพาดบ่าอยู่ น้องได้หงายหลังตกพื้นและเสียชีวิตทันที ตนเองจึงตัดสินใจนำร่างน้องไปทิ้งตรงจุดดังกล่าว โดยที่ไม่มีใครรู้เห็นกับการกระทำในครั้งนี้

ตนเองได้รับบทเรียนจากการโกหกเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว และจะไม่มีการโกหกซ้ำสองอีก ที่ผ่านมาการโกหกทำให้ตนเองและครอบครัวได้รับความเดือดร้อน ไม่มีความเป็นส่วนตัว โดยเฉพาะสื่อมวลชนที่มาเฝ้ารอทำข่าวถึงหน้าบ้านตลอด 24 ชั่วโมง และยังใช้คำถามที่ไม่สมควรถามเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับตนเอง จึงอยากจะวอนขอให้สื่อมวลชนเลิกวุ่นวายกับตนเองและครอบครัว โดยหลังจากนี้ตนเองอยากจะกลับใจ และขอเริ่มใช้ชีวิตใหม่

ข่าวที่น่าสนใจ

ส่วนสาเหตุที่ตอนแรกไม่ยอมให้ข้อมูลที่แท้จริงกับตำรวจนั้น เป็นเพราะเกิดจากความกลัว และพนักงานสอบสวนยังเป็นผู้ชาย ใช้คำถามในเชิงผู้ใหญ่ ทำให้รู้สึกกดดันและไม่กล้าที่จะเปิดเผยความจริง

 

อย่างไรก็ตามด้านพ่อของน.ส.นิ่ม ได้ปฏิเสธถึงการมีสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งกับลูกสาวตัวเอง ตามที่มีสื่อมวลชนบางสำนักได้นำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้ ซึ่งตนเองยืนยันว่า ไม่มีความคิดแบบนั้นจริง ๆ และรับไม่ได้กับข่าวที่ถูกเผยแพร่ออกไป ส่วนตัวไม่ได้ติดใจอะไร และจะไม่มีการดำเนินคดีใดๆ ทั้งสิ้น โดยอยากให้สื่อมวลชนที่นำเสนอข่าวไป ออกมาขอโทษและแก้ไขข่าวเพียงเท่านั้น

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

"พล.อ.ประยุทธ์" เป็นผู้แทนพระองค์ เชิญสัญญาบัตร พัดยศ ถวายพระธรรมทูตสายอินเดีย-เนปาล
จนท.เร่งเคลียร์พื้นที่โซน C เชื่อน่าจะพบผู้สูญหายจำนวนมาก
ปภ.ประชุมด่วน ผู้ให้บริการ 3 เครือข่ายมือถือ ซักซ้อม-ปรับวิธีส่งข้อมูลแจ้งเตือนภัยผ่าน SMS และ Cell Broadcast
"ยูเน็กซ์ อีวี" เปิดตัวแพลตฟอร์ม ขับเคลื่อนอัจฉริยะปฏิวัติอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในไทย พร้อมจับมือพันธมิตร ธุรกิจสร้างระบบนิเวศ EV ครบวงจร
"พาณิชย์–DITP" จัดกิจกรรมจับคู่เจรจาการค้าระหว่าง ผู้ส่งออกสินค้าน้ำตาล-น้ำตาลแปรรูปกับผู้นำเข้าฟิลิปปินส์
“การรถไฟฯ” แจง ผลตรวจเหล็ก สร้างรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน
"ผบ.ทบ." เยี่ยมหน่วยตรวจเลือกทหารภาคใต้ ย้ำทุกกระบวนการยึดตามระเบียบ โปร่งใส
นาทีเดือด "กลุ่ม ศปปส." ปะทะ "แกนนำกลุ่มแรงงานพม่า Bright future" หลังจะมาตั้งม็อบประท้วงหน้า UN
"กรมทางหลวงชนบท" โร่แจง ไม่เคยเป็นคู่สัญญากับ "บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 "
"ก.แรงงาน" เตรียมถกแนวทาง "หลักประกันค่าชดเชย" กรณีถูกเลิกจ้าง 9 เม.ย.นี้

ดู LIVE รายการ

X

เราใช้ คุ้กกี้ เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น