ศาลอาญาสั่งจำคุก “หนุ่ม 3 นิ้ว” ทำปฏิทิน สื่อภาพ-โพสต์ข้อความ เจตนาหมิ่นเบื้องสูง

ศาลอาญาสั่งจำคุก "หนุ่ม 3 นิ้ว" ทำปฏิทิน สื่อภาพ-โพสต์ข้อความ เจตนาหมิ่นเบื้องสูง

เมื่อวันที่ 7 มี.ค.2566 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ TLHR / ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่า ศาลอาญาตลิ่งชัน จำคุก ต้นไม้ (นามสมมติ) ในความผิด #มาตรา112 ในความผิดจำหน่ายปฏิทินเป็ดเหลือง 3 ปี ชี้สื่อถึงร.10 เข้าข่ายล้อเลียนและหมิ่นประมาทกษัตริย์ทำให้เสื่อมเสีย จำเลยสารภาพลดโทษเหลือ 2 ปีไม่รอลงอาญา

โดยศาลพิเคราะห์แล้วว่า ปฏิทินที่จัดจำหน่ายมีข้อความว่า “การปกครองในระบอบประชาธิปไตยทรงมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” และรูปเป็ดเหลืองในเดือนต่าง ๆ เข้าข่ายล้อเลียน และหมิ่นประมาทกษัตริย์ ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง

 

 

 

ข่าวที่น่าสนใจ

ก่อนการจับกุมผู้ต้องหาในคดีนี้ เจ้าหน้าที่ตํารวจสันติบาล ได้ทําการสืบสวนติดตาม เพจเฟซบุ๊ก “คณะราษฎร” (URL : https://www.facebook.com/WEARETHEPEOPLE2563) ว่ามีการประกาศขายปฏิทินประจําปี 2564 ซึ่งมีข้อความ “ปฏิทินพระราชทาน รุ่นพิเศษ รวมทุกคําสอนของเรา” จึงได้ทําการสืบสวนติดตาม โดยสั่งซื้อสินค้า จํานวน 3 ครั้ง ในครั้งแรกได้ติดต่อเข้าไปซื้อทาง Inbox เพจดังกล่าว จํานวน 2 ชุด”

“หลังจากนั้น ได้มีการรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและตรวจสอบข้อความเนื้อหาในปฏิทินพบว่า มีเนื้อหาความผิดตามมาตรา 112 จากนั้นในครั้งที่ 2 จึงได้ติดต่อขอซื้อปฏิทินเพิ่มเติม โดยการขอนัดรับ ทางเพจดังกล่าวบอกว่าไม่มีแบบนัดรับ แต่สามารถส่งทางแมสเซนเจอร์ได้ จึงทําการสั่งซื้อเข้าไปอีกครั้ง จํานวน 4 ชุด และตรวจสอบพิกัดสถานที่ที่ส่งมาจนพบบ้านของผู้ต้องหา”

ทั้งนี้ความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ไทยอยู่ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 บัญญัติไว้ว่า “ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปีถึง 15 ปี”

 

 

 

 

อย่างไรก็ตาม จากภาพการทำปฏิทินของหนุ่ม 3 นิ้วรายดังกล่าวนี้ จะเห็นว่าเข้าข่ายผิดทั้งการล้อเลียน ดูหมิ่น เสียดสี ตามมาตรา 112 แต่ก็พบว่ายังมีสื่อออนไลน์หลายช่องทาง นำเสนอว่า การที่หนุ่ม 3 นิ้วรายนี้ ถูกตัดสินจำคุก ในคดีมาตรา 112 เป็นเพราะจำหน่ายปฏิทินดังกล่าวนั้น ซึ่งไม่ใช่ความจริงแต่อย่างใด

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ปภ.ประชุมด่วน ผู้ให้บริการ 3 เครือข่ายมือถือ ซักซ้อม-ปรับวิธีส่งข้อมูลแจ้งเตือนภัยผ่าน SMS และ Cell Broadcast
"ยูเน็กซ์ อีวี" เปิดตัวแพลตฟอร์ม ขับเคลื่อนอัจฉริยะปฏิวัติอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในไทย พร้อมจับมือพันธมิตร ธุรกิจสร้างระบบนิเวศ EV ครบวงจร
"พาณิชย์–DITP" จัดกิจกรรมจับคู่เจรจาการค้าระหว่าง ผู้ส่งออกสินค้าน้ำตาล-น้ำตาลแปรรูปกับผู้นำเข้าฟิลิปปินส์
“การรถไฟฯ” แจง ผลตรวจเหล็ก สร้างรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน
"ผบ.ทบ." เยี่ยมหน่วยตรวจเลือกทหารภาคใต้ ย้ำทุกกระบวนการยึดตามระเบียบ โปร่งใส
นาทีเดือด "กลุ่ม ศปปส." ปะทะ "แกนนำกลุ่มแรงงานพม่า Bright future" หลังจะมาตั้งม็อบประท้วงหน้า UN
"กรมทางหลวงชนบท" โร่แจง ไม่เคยเป็นคู่สัญญากับ "บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 "
"ก.แรงงาน" เตรียมถกแนวทาง "หลักประกันค่าชดเชย" กรณีถูกเลิกจ้าง 9 เม.ย.นี้
จนท.นำเครื่องจักรหนักเข้าพื้นที่โซน B ได้แล้ว ลุยตัดสิ่งกีดขวางขนาดใหญ่
วอร์รูม “ก.แรงงาน” เร่งเครื่องจ่ายเงินเยียวยา เหยื่อแผ่นดินไหวแล้ว 17.4 ลบ.

ดู LIVE รายการ

X

เราใช้ คุ้กกี้ เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น