วันที่ 18 ส.ค. 64 ที่สำนักงาน ป.ป.ช.นนทบุรี นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เดินทางมายื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. ขอให้ไต่สวนผู้ว่าฯ รฟม. และวินิจฉัยกรณีการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กำลังจัดประมูลก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกและสายสีม่วงใต้ อันมีเงื่อนไขที่แตกต่างจากสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ทั้งๆ ที่ทั้งสองสายนี้มีเส้นทางลอดใต้เกาะรัตนโกสินทร์และใต้แม่น้ำเจ้าพระยาเหมือนกัน ซึ่งอาจเป็นการกำหนดเงื่อนไขและใช้ดุลยพินิจโดยมิชอบ การเปิดประมูลสายสีส้ม และสายสีม่วงใต้มีลักษณะกีดกันผู้ประมูลจากต่างชาติ แม้จะกำหนดว่าเป็นการเปิดประมูลนานาชาติ โดยมีการกำหนดหลักเกณฑ์ว่าผู้เข้าประมูลจะต้องมีผลงานการสร้างอุโมงค์ หรือรถไฟฟ้าบนดินหรือลอยฟ้ากับ “รัฐบาลไทย” ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมามูลค่าไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาทเท่านั้น ผลงานในต่างประเทศห้ามนำมาใช้
ซึ่งเงื่อนไขเยี่ยงนี้ ท้ายที่สุดก็คงเหลือผู้รับเหมาไทยขนาดใหญ่เพียง 4-5 รายเท่านั้นที่สามารถผ่านด่านนี้ไปได้ และคงได้งานครบกันทุกราย เนื่องจาก รฟม.แบ่งงานประมูลงานโยธาออกเป็น 6 สัญญาไว้ให้แล้ว แบบนี้จะเรียกว่าล็อคสเปกหรือไม่ ที่สำคัญเงื่อนไขในทีโออาร์ที่ผ่านมาในโครงการของรัฐขนาดใหญ่ และมีมูลค่าสูง จะมีการกำหนดการพิจารณาคัดเลือกโดยการเปิดซองด้านเทคนิคก่อน แล้วจึงมาเปิดซองด้านราคา ดังกรณีตัวอย่างโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย แต่โครงการนี้กลับใช้วิธีการเปิดซองเทคนิค และซองราคาไปพร้อมๆ กัน ทำให้สามารถใช้ดุลยพินิจลำเอียงให้ผู้ประมูลรายหนึ่งรายใดเป็นการเฉพาะได้ จึงอาจมีลักษณะอย่างไม่เป็นธรรม
การดำเนินการดังกล่าวของ รฟม. อาจขัดต่อ พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ 2560 ม.8(2) ที่บัญญัติไว้ว่า “ต้องเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม มีการปฏิบัติต่อผู้ประกอบการทุกรายโดยเท่าเทียมกัน” และระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ 2560 ข้อ 45 ที่ระบุไว้ชัดเจนว่า “ต้องไม่มีการกำหนดเงื่อนไขที่เป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม” การกำหนดทีโออาร์ที่อาจมีลักษณะย้อนแย้งตามความพอใจของผู้มีอำนาจแต่ละยุค แต่ละสมัยเยี่ยงนี้ อาจกลายเป็นปัญหา และนำไปสู่การร้องเรียน และฟ้องร้องเป็นคดีความกันมากมายไม่จบสิ้น
ดังกรณีรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก ที่มีการฟ้องร้องกันในศาลปกครองและศาลทุจริตฯ ในขณะนี้ กรณีดังกล่าว จึงเป็นข้อพิรุธที่ส่อไปในทางมิชอบ หรืออาจทุจริตต่อหน้าที่ได้ ที่ก่อสร้างไปด้วยดี และได้เปิดใช้งานแล้ว แต่เมื่อ รฟม.มาเปิดประมูลสายสีส้มและสายสีม่วงใต้ กลับเปลี่ยนการใช้เกณฑ์ประมูลที่แตกต่างจากเดิม จนนำไปสู่การร้องเรียน และฟ้องร้องเป็นคดีความกันอยู่ในขณะนี้นั้น ขณะนี้ รฟม.ได้เปิดการประมูลก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ (ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ) ซึ่งต้องก่อสร้างอุโมงค์ใต้พื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ และอุโมงค์ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาเช่นเดียวกับการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย
แต่ รฟม.ยังคงมีการกำหนดเงื่อนไข หรือเกณฑ์ของการประมูลใหม่ที่แตกต่างจากการประมูลรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ที่เคยประสบผลสำเร็จในการก่อสร้างไปด้วยดี และเปิดใช้งาน จึงไม่น่าจะมีเหตุผลหรือข้ออ้างอื่นใดมาเปลี่ยนแปลงรูปแบบการประมูลที่เคยสำเร็จมาแล้ว กรณีดังกล่าว มีการจับเป็นข้อพิรุธได้หลายประการ ที่ส่อไปในทางมิชอบ หรืออาจทุจริตต่อหน้าที่ได้ สมาคมฯ จึงนำพยานหลักฐานมาร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้ไต่สวน และวินิจฉัยการกำหนดเงื่อนไขทีโออาร์ของการประมูลรถไฟฟ้าดังกล่าวว่าเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ อย่างไร หากพบว่าเป็นการใช้อำนาจเอื้อประโยชน์หรือล็อคสเป็กให้เอกชนรายใดเป็นการเฉพาะและไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้เอาโทษขั้นสูงสุดต่อไป