รัฐสภาอังกฤษระบุ จอห์นสันจงใจให้สภาเข้าใจผิดเรื่องปาร์ตี้ช่วงโควิด

รัฐสภาอังกฤษระบุ อดีตนายกฯ จอห์นสันจงใจกุเรื่องให้สภาเข้าใจผิด เกี่ยวกับการปาร์ตี้ช่วงโควิด-19 ซึ่งถือเป็นการดูหมิ่นสภา และควรได้รับโทษหากยังเป็น ส.ส.

ในรายงาน 106 หน้า คณะกรรมการสิทธิพิเศษ ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านวินัยของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งสหราชอาณาจักร จากสมาชิกของทั้งพรรครัฐบาลและพรรคฝ่ายค้าน ระบุว่า อดีตนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน จงใจทำให้รัฐสภาเข้าใจผิดหลายครั้ง เกี่ยวกับการปาร์ตี้ที่ดาวน์นิงสตรีท สมัยที่เขาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยจอห์นสันจงใจพยายามบิดเบือนความหมายที่ชัดเจน ในคำแถลงต่อสภา และปรับเปลี่ยนให้สภาเข้าใจในแบบที่เขาตั้งใจให้เป็น

คณะกรรมการระบุว่า การกระทำนี้ถือเป็นการดูหมิ่นสภาอย่างร้ายแรง เพราะกระทำโดยนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นสมาชิกที่สูงที่สุดของรัฐบาล ดังนั้น คณะกรรมการขอแนะนำว่า จอห์นสันในฐานะอดีตส.ส. ไม่ควรมีสิทธิ์ได้รับบัตรผ่านเข้ารัฐสภาได้อีก และหากจอห์นสันยังเป็น ส.ส. อยู่ คณะกรรมการก็จะแนะนำให้ควรมีการระงับการเป็น ส.ส. เป็นเวลา 90 วัน เนื่องจากกระทำการดูหมิ่นรัฐสภา และพยายามบ่อนทำลายกระบวนการของรัฐสภาด้วย

อย่างไรก็ดี จอห์นสันได้ทำการลาออกจากการเป็นส.ส. ตั้งแต่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากเห็นสำเนาของรายงานฉบับนี้ล่วงหน้า โดยจอห์นสันพยายามเรียกการไต่สวนนี้ว่า เป็นการล่าแม่มด และก่อนที่จะมีรายงานออกมา จอห์นสันก็กล่าวหาคณะกรรมการว่า เป็นผู้ต่อต้านประชาธิปไตย ที่ตั้งใจใช้มีดเล่มสุดท้าย ลอบสังหารการเมืองที่ยืดเยื้อ ไม่มี ส.ส. คนไหนจะหลุดพ้นจากการถูกขับไล่ ด้วยข้อกล่าวหาของพวกคนกลุ่มน้อย ที่ต้องการเห็นอีกฝ่ายหายไปจากสภา การกระทำนี้ถือเป็นการดูแคลนประชาชนที่เป็นผู้ตัดสินว่า ใครควรเป็นผู้ที่นั่งอยู่ในรัฐสภา

สำหรับเรื่องอื้อฉาวของการจัดปาร์ตี้ ช่วงโควิด-19 นั้น ทำให้จอห์นสันและเจ้าหน้าที่รัฐหลายสิบคน ถูกตำรวจสั่งปรับ เนื่องจากละเมิดกฎหมายการเว้นระยะห่างทางสังคม ที่รัฐบาลกำหนดขึ้นเพื่อจำกัดการแพร่กระจายของโควิด-19 เหตุการณ์นี้ทำให้ประชาชนไม่พอใจ โดยเฉพาะครอบครัวของผู้เสียชีวิตจากโควิด และเรื่องนี้ก็เป็นส่วนที่ทำให้จอห์นสันหมดความนิยมในฐานะนายกรัฐมนตรี จนนำไปสู่การที่รัฐมนตรีของเขาหลายคน ลาออกจากคณะรัฐบาล เพื่อบีบให้จอห์นสันลาออกจากการเป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว

ข่าวที่น่าสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ปภ.ประชุมด่วน ผู้ให้บริการ 3 เครือข่ายมือถือ ซักซ้อม-ปรับวิธีส่งข้อมูลแจ้งเตือนภัยผ่าน SMS และ Cell Broadcast
"ยูเน็กซ์ อีวี" เปิดตัวแพลตฟอร์ม ขับเคลื่อนอัจฉริยะปฏิวัติอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในไทย พร้อมจับมือพันธมิตร ธุรกิจสร้างระบบนิเวศ EV ครบวงจร
"พาณิชย์–DITP" จัดกิจกรรมจับคู่เจรจาการค้าระหว่าง ผู้ส่งออกสินค้าน้ำตาล-น้ำตาลแปรรูปกับผู้นำเข้าฟิลิปปินส์
“การรถไฟฯ” แจง ผลตรวจเหล็ก สร้างรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน
"ผบ.ทบ." เยี่ยมหน่วยตรวจเลือกทหารภาคใต้ ย้ำทุกกระบวนการยึดตามระเบียบ โปร่งใส
นาทีเดือด "กลุ่ม ศปปส." ปะทะ "แกนนำกลุ่มแรงงานพม่า Bright future" หลังจะมาตั้งม็อบประท้วงหน้า UN
"กรมทางหลวงชนบท" โร่แจง ไม่เคยเป็นคู่สัญญากับ "บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 "
"ก.แรงงาน" เตรียมถกแนวทาง "หลักประกันค่าชดเชย" กรณีถูกเลิกจ้าง 9 เม.ย.นี้
จนท.นำเครื่องจักรหนักเข้าพื้นที่โซน B ได้แล้ว ลุยตัดสิ่งกีดขวางขนาดใหญ่
วอร์รูม “ก.แรงงาน” เร่งเครื่องจ่ายเงินเยียวยา เหยื่อแผ่นดินไหวแล้ว 17.4 ลบ.

ดู LIVE รายการ

X

เราใช้ คุ้กกี้ เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น