ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่สุดในโมร็อกโกในรอบกว่า 6 ทศวรรษ กับขนาด 6.8 แมคนิจูด เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ได้เพิ่มเป็น 2,122 ราย และน่าจะยังมีเพิ่มอีก ส่วนผู้บาดเจ็บล่าสุดอยู่ที่ 2,421 ราย โดยหลายคนอยู่ในอาการสาหัส ขณะที่การค้นหาผู้สูญหายยังคงดำเนินต่อไปในหมู่บ้านห่างไกล โดยเจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ ต้องเผชิญกับความท้าทายในการเข้าถึงหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบเลวร้ายที่สุด อย่างแอตลาส ซึ่งเป็นเทือกเขาที่ขรุขระ การตั้งถิ่นฐานจึงมักอยู่ห่างไกล และมีบ้านเรือนหลายหลังพังทลาย แผ่นดินไหวครั้งนี้ถือเป็นแผ่นดินไหวที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในโมร็อกโก นับตั้งแต่ปี 1960 (พ.ศ. 2503) ที่ครั้งนั้นคาดว่าจะมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12,000 ราย
ทั้งนี้ เนื่องจากบ้านหลายหลังสร้างด้วยอิฐโคลนและไม้ หรือซีเมนต์และบล็อกรับลม โครงสร้างจึงพังทลายได้อย่างง่ายดาย กองทัพระดมกำลังเพื่อช่วยกู้ภัย ตั้งค่ายพักแรมพร้อมเต็นท์สำหรับคนไร้บ้าน และเนื่องจากร้านค้าส่วนใหญ่ได้รับความเสียหาย จนต้องปิดตัวลง ชาวบ้านจึงประสบปัญหาในการหาอาหาร และสิ่งของต่างๆ ซึ่งรัฐบาลระบุว่า กำลังดำเนินมาตรการเร่งด่วนเพื่อจัดการกับภัยพิบัติครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการเสริมทีมค้นหาและกู้ภัย, จัดหาน้ำดื่ม, รวมถึงการแจกจ่ายอาหาร, เต็นท์, และผ้าห่ม ด้านองค์การอนามัยโลกระบุว่า ประชาชนมากกว่า 3 แสนคน ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติครั้งนี้
ในส่วนนานาประเทศนั้น ก็ได้ประกาศให้ความช่วยเหลือต่างๆ โดยสหรัฐ ได้ส่งทีมผู้เชี่ยวชาญด้านภัยพิบัติกลุ่มเล็กๆ ไปยังโมร็อกโก เพื่อประเมินสถานการณ์ ส่วนฝรั่งเศส ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครงได้ระบุว่า กำลังรอคำร้องขออย่างเป็นทางการจากโมร็อกโก ซึ่งฝรั่งเศสพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือแก่โมร็อกโก หากโมร็อกโกเห็นว่ามีประโยชน์ ขณะที่นางแคโรไลน์ โฮลต์ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการระดับโลก ของสหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ ได้กล่าวกับรอยเตอร์ว่า อีก 2-3 วันข้างหน้าจะมีความสำคัญอย่างยิ่ง ในการค้นหาผู้คนที่ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง ระบบช่วยเหลือระหว่างประเทศกำลังรอคำเชิญจากโมร็อกโกให้เข้าไปช่วยเหลือ ซึ่งขณะนี้ รัฐบาลกำลังประเมินความต้องการอยู่
ส่วนประเทศที่ส่งความช่วยเหลือเข้าไปแล้ว ก็มีตูนิเซีย ที่ได้ส่งทีมงานไปยังโมร็อกโก เพื่อสนับสนุนการค้นหาและช่วยเหลือ ทีมดังกล่าวประกอบด้วยเจ้าหน้าที่การแพทย์และบุคลากรประมาณ 50 คนจากหน่วยเฉพาะทาง, สุนัขค้นหา, ตลอดจนอุปกรณ์ติดตามความร้อนขั้นสูง, โดรนเพื่อตรวจจับเหยื่อใต้ซากปรักหักพัง, และโรงพยาบาลสนาม
ด้านสเปน ได้ส่งนักกู้ภัย 86 คน และสุนัขค้นหา 8 ตัวไปยังโมร็อกโก เพื่อตอบสนองต่อการร้องขอความช่วยเหลืออย่างเป็นทางการที่มีมาถึง ทีมกู้ภัยนี้อยู่ในหน่วยเหตุฉุกเฉินทางการทหารของสเปน ซึ่งเป็นหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้น เพื่อเข้าแทรกแซงอย่างรวดเร็วในสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น ไฟป่า น้ำท่วม และแผ่นดินไหว พวกเขามีเครื่องมือสำหรับเจาะและตัดคอนกรีตเสริมเหล็ก ตลอดจนเครื่องมือในการตรวจจับสารพิษหรือวัตถุระเบิด เพื่อให้มั่นใจว่า ทีมกู้ภัยจะทำงานได้อย่างปลอดภัย