“เวหา” โดนคุกเพิ่ม 6 ปี แชร์โพสต์ “เยาวชนปลดแอก” ปลุกปั่น หมิ่นศาล สร้างเกลียดชังสถาบันฯ

"เวหา" โดนคุกเพิ่ม 6 ปี แชร์โพสต์ "เยาวชนปลดแอก" ปลุกปั่น หมิ่นศาล สร้างเกลียดชังสถาบันฯ

จากกรณีที่ทวิตเตอร์ TLHR / ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้โพสต์ข้อความระบุว่า วานนี้ (31 ต.ค.66) ศาลอาญาอ่านคำพิพากษาในคดีที่ “เวหา” โพสต์เฟซบุ๊ก-แชร์ ข้อความจากเพจ “เยาวชนปลดแอก” 2 โพสต์ ลงโทษจำคุก โพสต์ละ 3 ปี รวม 6 ปีรับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือ 2 ปี 12 เดือน

 

 

โดยศาลอาญา รัชดาฯ นัดสืบพยานคดีที่ เวหา แสนชนชนะศึก ถูกฟ้องในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 กรณีแชร์โพสต์เพจเฟซบุ๊ก “เยาวชนปลดแอก” มีเนื้อหาวิพากษ์วิจารณ์การจัดการวัคซีนของรัฐบาลเมื่อ 1 ส.ค. 2564 และโพสต์ข้อความวิพากษ์วิจารณ์ศาลเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ 1 ม.ค. 2565

คดีนี้ เวหาถูกตำรวจจับกุมเมื่อวันที่ 10 มี.ค. 2565 บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (หมอชิต) หลังจากเดินทางมาจากจังหวัดพิษณุโลก ก่อนถูกควบคุมตัวไปแจ้งข้อกล่าวหาและสอบปากคำที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.)

ภายหลังถูกฝากขัง ศาลอาญาไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวเวหาในระหว่างสอบสวนเรื่อยมา แม้จะมีการยื่นประกันหลายครั้ง ทำให้เขาถูกขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ รวม 99 วัน ก่อนศาลจะมีคำสั่งให้ไต่สวนคำร้องขอประกันตัวเมื่อวันที่ 14 มิ.ย. 2565 และอนุญาตให้ประกันระหว่างพิจารณาคดี เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 2565

โดยระหว่างที่เขาถูกคุมขังอยู่ ภัทรกร อุดมผล พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 3 ได้ยื่นฟ้องเวหาต่อศาลอาญา เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 2565 ในฐานความผิด “หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ” และ “นําเข้า เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง” ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(3)(5) จากการแชร์และโพสต์เฟซบุ๊กรวม 2 โพสต์ ประกอบด้วย

 

1.เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2564 เวหาได้แชร์ภาพและข้อความประกอบภาพจากบัญชีเฟซบุ๊กชื่อ “เยาวชนปลดแอก – Free YOUTH” ซึ่งโพสต์ดังกล่าวมีรูปภาพศพและกำแพง และปรากฎข้อความมีเนื้อหาวิพากษ์วิจารณ์การจัดการวัคซีนที่มีการล๊อคสเปค จนทำให้ประชาชนเสียเพราะโควิดจำนวนมาก พร้อมทั้งพิมพ์ข้อความแสดงความเห็นว่า “อ่านดู แล้วจะรู้ว่าเด็กๆ มันคิดอะไร พิทักษ์รักษากันไว้แทบตาย ชิบหายด้วยมือตัวเอง #เหนื่อยจนท้อ #พอกันที”

2. เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2565 เวหาได้โพสต์ข้อความว่า “ปี พ.ศ. 2565 จะเป็นปีสุดท้ายของชีวิตกู กูจะให้ทุกวินาทีในชีวิตของหน้าบัลลังก์ศาล เล่าขานความเหี้ยห่าจัญไรให้จดจารึกไว้ กูจะใช้ชีวิตเข้าต่อสู้กับความอยุติธรรมด้วยการแลกด้วยเลือดและจิตวิญญาณ กูจะให้ความตายปลดเปลื้องกูออกจากพันธนาการแห่งความอยุติธรรมทั้งหมด ก่อนที่โซ่ตรวนและกรงขังจะมาพรากอิสรภาพด้วยคําพิพากษาอันมาภายใต้นามของใครบางคน”

ข่าวที่น่าสนใจ

ภาพ : ไข่แมวชีส

 

 

 

อัยการอ้างว่า ผู้อ่านข้อความดังกล่าวย่อมทราบว่า ศาลพิพากษาคดีในพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์ และข้อความดังกล่าวเป็นความเท็จ และเป็นการจาบจ้วง ล่วงเกิน ดูหมิ่น ใส่ความ หมิ่นประมาท หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ โดยประการที่น่าจะทําให้รัชกาลที่ 10 เสื่อมเสียพระเกียรติ ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง โดยจําเลยมีเจตนาทําลายสถาบันกษัตริย์ ซึ่งเป็นที่เคารพบูชาของประชาชนชาวไทย ทําให้ประชาชนเสื่อมศรัทธา ซึ่งเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร

ทั้งนี้ศาลอ่านคำพิพากษาระบุว่า เวหามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 อันเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามมาตรา 112 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด

พิพากษา จำคุกกระทงละ 3 ปี รวม 2 กระทง รวมโทษจำคุก 6 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง คงจำคุกกระทงละ 1 ปี 6 เดือน รวม 2 กระทง จำคุก 2 ปี 12 เดือน และให้ริบโทรศัพท์มือถือของกลาง กับให้นับโทษจำคุกในคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกในคดีหมายเลขดำที่ อ.2697/2564 ซึ่งศาลได้พิพากษาลงโทษจำคุก 3 ปี 18 เดือน ไปก่อนหน้านี้

ในช่วงที่ผ่านมา หลังศาลอาญาพิพากษาจำคุกเวหาในคดีแรก และเวหาไม่ได้รับอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ เขาได้อดอาหารเพื่อเรียกร้องสิทธิประกันตัว แต่ศาลอุทธรณ์ก็ยังไม่อนุญาตปล่อยชั่วคราว ภายหลังอดอาหารประท้วงถึง 49 วัน เวหาได้ประกาศยุติการอดอาหาร รวมทั้งยุติการต่อสู้คดีในคดีดังกล่าวที่ไม่ได้รับสิทธิประกันตัว โดยไม่ขออุทธรณ์และฎีกาคำพิพากษา และยอมติดคุกเพื่อ ‘ประจาน’ กระบวนการยุติธรรม และกฎหมายอาญามาตรา 112 ต่อไปในฐานะผู้ต้องขังเด็ดขาด

นอกจาก 2 คดี ที่ศาลมีคำพิพากษาไปแล้วนี้ เวหายังคงมีคดีมาตรา 112 ของศาลอาญาอีก 1 คดี คือ คดีจากการโพสต์ภาพประกอบข้อความวิพากษ์วิจารณ์คำพิพากษาจำคุก “นรินทร์” ในคดีติดสติกเกอร์ “กูkult” บนพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 10 ซึ่งในคดีที่ 3 ของเวหามีนัดสืบพยานในวันที่ 19-21 ธ.ค. 2566 ที่จะถึงนี้

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 12 ต.ค. 2566 ทางด้านศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่า เมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2566 ทนายความเดินทางไปที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อเข้าเยี่ยม “เวหา” ซึ่งถูกศาลตัดสินจำคุก 3 ปี 18 เดือน ในคดีมาตรา 112 กรณีใช้บัญชีทวิตเตอร์ “ฟ้าฝา ver.เกรี้ยวกราด” โพสต์ข้อความเกี่ยวกับคุกวังทวีวัฒนา และศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้ประกันตัวเรื่อยมา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

"ยูเน็กซ์ อีวี" เปิดตัวแพลตฟอร์ม ขับเคลื่อนอัจฉริยะปฏิวัติอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในไทย พร้อมจับมือพันธมิตร ธุรกิจสร้างระบบนิเวศ EV ครบวงจร
"พาณิชย์–DITP" จัดกิจกรรมจับคู่เจรจาการค้าระหว่าง ผู้ส่งออกสินค้าน้ำตาล-น้ำตาลแปรรูปกับผู้นำเข้าฟิลิปปินส์
“การรถไฟฯ” แจง ผลตรวจเหล็ก สร้างรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน
"ผบ.ทบ." เยี่ยมหน่วยตรวจเลือกทหารภาคใต้ ย้ำทุกกระบวนการยึดตามระเบียบ โปร่งใส
นาทีเดือด "กลุ่ม ศปปส." ปะทะ "แกนนำกลุ่มแรงงานพม่า Bright future" หลังจะมาตั้งม็อบประท้วงหน้า UN
"กรมทางหลวงชนบท" โร่แจง ไม่เคยเป็นคู่สัญญากับ "บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 "
"ก.แรงงาน" เตรียมถกแนวทาง "หลักประกันค่าชดเชย" กรณีถูกเลิกจ้าง 9 เม.ย.นี้
จนท.นำเครื่องจักรหนักเข้าพื้นที่โซน B ได้แล้ว ลุยตัดสิ่งกีดขวางขนาดใหญ่
วอร์รูม “ก.แรงงาน” เร่งเครื่องจ่ายเงินเยียวยา เหยื่อแผ่นดินไหวแล้ว 17.4 ลบ.
"ดีอี" เตือนอย่าหลงเชื่อ ข่าวปลอม “สัญญาณเตือนสึนามิ น้ำทะเลภูเก็ตลดฮวบ หลังแผ่นดินไหวเกาะสุมาตรา”

ดู LIVE รายการ

X

เราใช้ คุ้กกี้ เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น