ส่องกฎเหล็กยื่นเท็จกกต.วิบากกรรม “สส.ก้าวไกล”

 

เป็นประเด็นร้อนขึ้นมาทันทีกรณี 3 ผู้เสียหาย ซึ่งเป็นผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกลนำเอกสารเข้าร้องเรียนต่อ กกต.จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวหา สส.ก้าวไกล จังหวัดเชียงใหม่ นำบัตรประชาชนไปปลอมลายเซ็นเพื่อรับเงินสนับสนุนจากพรรคแทน โดยสส.ก้าวไกลคนดังกล่าวยังทำเอกสารเท็จยื่นบัญชีรายรับ-รายจ่ายการลงสมัคร สส.ให้กกต.จังหวัดเชียงใหม่โดยไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริง

ภายหลังเกิดปมร้อนดังกล่าว “ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์” สส.เขต 8 จังหวัดเชียงใหม่ พรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กเพื่อชี้แจงประเด็นที่ถูกกล่าวหาว่า ตามที่มีอดีตผู้ช่วยหาเสียงบางรายกล่าวหาว่า ปลอมแปลงเอกสารเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการหาเสียงเลือกตั้ง เพื่อนำเอกสารดังกล่าวไปเบิกเงินพรรคนั้น เป็นความเท็จทั้งสิ้น พร้อมกับชี้แจง 2 ข้อคือ

1.ค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการหาเสียงแทบทั้งหมดเป็นเงินของตัวเอง พรรคแค่สนับสนุนป้ายหาเสียง และมีการสนับสนุนเงินบริจาคที่ได้รับจากประชาชนที่พรรคจัดสรรให้ จึงไม่มีแรงจูงใจใดๆ ให้ปลอมแปลงเอกสารเบิกเงินจากพรรคตามที่ถูกกล่าวหา และบอกอีกว่า จะปลอมเอกสารขึ้นเพื่อเบิกเงินตัวเองทำไม ดังนั้นข้อกล่าวหานี้จึงเป็นเท็จทั้งสิ้น และตอนนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงของ กกต. จังหวัด ซึ่งพร้อมและยินดีเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย

2. การร้องเรียนที่เกิดขึ้น สันนิษฐานว่าอาจเกิดจากความไม่พอใจของอดีตผู้ช่วยหาเสียงบางคน ที่ไม่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ช่วย สส. และอดีตผู้ช่วย สส. บางคนถูกปลดจากตำแหน่งผู้ชำนาญการ สส.

 

ข่าวที่น่าสนใจ

 

น่าสนใจยิ่งนักกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ใครจะถูกผิดคงต้องว่ากันตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยเบื้องต้นทราบว่า กกต.จังหวัดเชียงใหม่กำลังสอบสวนเรื่องดังกล่าว แต่คำถามถือหากนายภัทรพงษ์ กระทำความผิดจริง โดยเฉพาะการทำเอกสารเท็จยื่นบัญชีรายรับ-รายจ่ายการลงสมัคร สส.ให้กับกกต.จะมีผลอย่างไรเกิดขึ้น

ทั้งนี้มาตรา 67 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 (พ.ร.ป.เลือกตั้ง สส.) กำsนดหน้าที่ของผู้สมัคร สส.ไว้ว่า

“ภายในกําหนดเก้าสิบวันนับจากวันเลือกต้ัง ผู้สมัครแต่ละคนและหัวหน้า พรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ ต้องยื่นบัญชีรายรับและรายจ่ายต่อคณะกรรมการ ตามแบบ ที่คณะกรรมการกําหนด ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วยค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่ได้จ่ายไปแล้วและที่ยังค้างชําระ รวมทั้งเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้ ถูกต้องครบถ้วนตามความเป็นจริง และผู้สมัครหรือหัวหน้า พรรคการเมือง แล้วแต่กรณีต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องครบถ้วนของบัญชีรายรับและรายจ่าย”

เมื่อวิเคราะห์ตามมาตรา 67 กกต.กำหนดชัดเจนว่า เอกสารที่ผู้สมัครยื่นเกี่ยวกับบัญชีรายรับ-รายจ่ายในการลงสมัครเลือกตั้ง สส. ต้องถูกต้องครบถ้วนตามความจริง ดังนั้นหากนายภัทรพงษ์ ยื่นเอกสารเป็นเท็จตามที่ผู้ช่วยหาเสียงนำเรื่องเข้าร้องเรียนกับ กกต.เชียงใหม่ จึงเท่ากับว่า นายภัทรพงษ์ กระทำผิดตามมาตรา 67 ดังนั้นจึงต้องมาดูว่าบทลงโทษของการฝ่าฝืนมาตรา 67 กำหนดไว้หนัก-เบาเพียงใด

สำหรับบทลงโทษในเรื่องดังกล่าว มาตรา 155 พ.ร.ป.เลือกตั้ง สส. กำหนดไว้ชัดเจนว่า “หากผู้สมัครหรือหัวหน้าพรรคการเมืองใด ไม่ยื่นบัญชีรายรับรายจ่ายต่อคณะกรรมการภายในระยะเวลาที่กำหนด หรือจงใจยื่นเอกสารหรือหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ตามมาตรา 67 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 5 ปี
ถ้าบัญชีรายรับและรายจ่ายที่ยื่นตามมาตรา 67 เป็นเท็จ ผู้สมัครหรือหัวหน้าพรรคการเมือง ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-5 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-100,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 10 ปี”

ดังนั้นจึงน่าสนใจว่า หาก กกต.เชียงใหม่ สอบสวนจนได้ความเบ็ดเสร็จและพบว่า นายภัทรพงษ์ จงใจยื่นบัญชีรายรับ-รายจ่ายอันเป็นเท็จต่อ นั่นเท่ากับว่า สส.ก้าวไกลเชียงใหม่ผู้นี้จะต้องประสบวิบากรรมด้วยการถูกจำคุก 1-5 ปี และเพิกถอนสิทธิการเมือง 10 ปี รวมถึงตำแหน่ง สส. ต้องตกเก้าอี้ไปโดยปริยายเช่นกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

กลับมาอีกครั้งกับ "คอนเสิร์ตเพชรในเพลง" ในงานสัปดาห์วันอนุรักษ์มรดกไทย 8 เม.ย.นี้ ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ชมฟรี
จนท.สนธิกำลัง "บุกจับบ่อนเสือมังกร" นนทบุรี รวบนักพนันนับร้อยราย
"สยามพิวรรธน์" ผนึกกำลังพันธมิตร เปิดศูนย์กลางรับบริจาค จากเหตุธรณีธรณีพิบัติภัย ช่วย รพ.ทั่วประเทศ ภายใต้โครงการ "สยามรวมใจ ไทยช่วยไทย"
"อนุทิน" ตั้ง คกก. สอบข้อเท็จจริง เหตุตึก สตง. ถล่ม ขีดเส้นตาย 7 วัน ต้องรู้เรื่อง
"สันธนะ" เข้าให้ปากคำตร.คดีถูก "บังมัด คลองตัน" ตบหน้าผับ ด้านผกก.ยันเป็นคดีลหุโทษ ต้องดำเนินคดี
"รมว.นฤมล" เผยความพร้อม เตรียมจัดงานวันพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ 8-9 พ.ค. 68
จับตา! “รอยเลื่อนภาคใต้” ใกล้ถึงคาบอุบัติซ้ำ “กูรู” เตือน “เขื่อนเชี่ยวหลาน”
จีนสั่งเก็บภาษีสินค้าสหรัฐ 34% ตอบโต้ทรัมป์
สถานทูตจีนตอบคำถามปมบริษัทจีนร่วมก่อสร้างตึกสตง.
ยูน ซ็อกยอลแถลงขอโทษหลังถูกศาลเกาหลีใต้ถอดถอน

ดู LIVE รายการ

X

เราใช้ คุ้กกี้ เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น