“ศรีสุวรรณ” ยื่นป.ป.ป. สอบ “เศรษฐา” กู้เงินมาแจกดิจิทัล จงใจทำผิดกม.

วันนี้ ที่สำนักงานใหญ่ ป.ป.ช.นนทบุรี นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ไต่สวนและมีความเห็นเสนอไปยังอัยการและศาลฎีกากรณีที่นายกรัฐมนตรีจะเสนอให้มีการออก พ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้านเพื่อมาแจกในโครงการดิจิทัลวอลเล็ต อันส่อไปในทางขัดต่อรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 140 ประกอบ มาตรา 53 ของ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ 2561 และถือได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงด้วย

ทั้งนี้สืบเนื่องจากการที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง ออกมาแถลงรายละเอียดโครงการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาทให้กับประชาชนที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป โดยต้องเป็นผู้มีรายได้ต่ำกว่า 7 หมื่นต่อเดือนและมีเงินฝากต่ำกว่า 7 แสนบาทในระยะ 6 เดือน โดยแหล่งเงินที่จะนำมาใช้ในโครงการฯคือ การออก พ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ในช่วงของการหาเสียงเลือกตั้งนายเศรษฐาปราศรัยและให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนมาโดยตลอดว่า จะไม่มีการกู้เงินมาใช้ในโครงการแม้แต่สักบาทเดียว ซึ่งถ้าบอกประชาชนมาตั้งแต่แรก พรรคเพื่อไทยอาจจะได้จำนวน สส.เขต และ สส.แบบบัญชีรายชื่อน้อยกว่านี้ก็เป็นไปได้

ข่าวที่น่าสนใจ

นายศรีสุวรรณ กล่าวอีกว่า การจะออกกฎหมายกู้เงินนั้น รัฐธรรมนูญ 2560 มีข้อกำหนดไว้ชัดเจนใน มาตรา 140 ว่าถ้าจะกระทำได้เฉพาะที่ได้อนุญาตไว้ในกฎหมายงบประมาณ กฎหมายเงินคงคลัง และกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังเท่านั้น เว้นแต่ในกรณีจำเป็นรีบด่วนเท่านั้น ส่วน พ.ร.บ.ว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ 2561 ก็กำหนดไว้เป็นการเฉพาะใน มาตรา 53 คือต้องเป็นกรณีเร่งด่วน เป็นเรื่องต่อเนื่อง เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตของประเทศ และไม่อาจตั้งงบประมาณประจำปีได้ทันเท่านั้น ซึ่งการออก พ.ร.บ.เพื่อกู้เงินมาแจกในขณะนี้ จึงไม่มีเหตุผลเพียงพอตามที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายข้างต้นระบุไว้แต่อย่างใด

นายศรีสุวรรณ เห็นว่า เหตุผลประการเดียวที่นายเศรษฐาจำต้องกลืนน้ำลายตนเอง เพราะไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขที่เขียนไว้สวยหรูในหนังสือที่ชี้แจงต่อ กกต.ตามมาตรา 57 ของ พ.ร.ป.พรรคการเมือง 2560 ได้ แต่จำต้องหาเงินมาใช้ขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว โดยการออก พ.ร.บ.กู้เงิน และขณะนี้มีความพยายามที่จะอ้างว่าประเทศมีวิกฤตจำต้องกู้เงินมากระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งๆที่สัปดาห์ที่แล้วฟิตซ์ เรตติ้ง ได้คงอันดับความน่าเชื่อถือของไทยไว้ที่ BBB+ ดังนั้นการกูเงินมาแจกจึงมุ่งสร้างความนิยมทางการเมือง ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศและประชาชนในระยะยาวได้ การกระทำดังกล่าวจึงอาจเป็นการจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 219 ประกอบ พ.ร.ป.ป.ป.ช.2561 หรือไม่ อย่างไร ด้วยเหตุดังกล่าว องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงต้องนำความมาร้องเรียนให้ ป.ป.ช.ดำเนินการไต่สวนและมีความเห็น และเอาผิดนายกรัฐมนตรีในกรณีดังกล่าวต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ปภ.ประชุมด่วน ผู้ให้บริการ 3 เครือข่ายมือถือ ซักซ้อม-ปรับวิธีส่งข้อมูลแจ้งเตือนภัยผ่าน SMS และ Cell Broadcast
"ยูเน็กซ์ อีวี" เปิดตัวแพลตฟอร์ม ขับเคลื่อนอัจฉริยะปฏิวัติอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในไทย พร้อมจับมือพันธมิตร ธุรกิจสร้างระบบนิเวศ EV ครบวงจร
"พาณิชย์–DITP" จัดกิจกรรมจับคู่เจรจาการค้าระหว่าง ผู้ส่งออกสินค้าน้ำตาล-น้ำตาลแปรรูปกับผู้นำเข้าฟิลิปปินส์
“การรถไฟฯ” แจง ผลตรวจเหล็ก สร้างรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน
"ผบ.ทบ." เยี่ยมหน่วยตรวจเลือกทหารภาคใต้ ย้ำทุกกระบวนการยึดตามระเบียบ โปร่งใส
นาทีเดือด "กลุ่ม ศปปส." ปะทะ "แกนนำกลุ่มแรงงานพม่า Bright future" หลังจะมาตั้งม็อบประท้วงหน้า UN
"กรมทางหลวงชนบท" โร่แจง ไม่เคยเป็นคู่สัญญากับ "บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 "
"ก.แรงงาน" เตรียมถกแนวทาง "หลักประกันค่าชดเชย" กรณีถูกเลิกจ้าง 9 เม.ย.นี้
จนท.นำเครื่องจักรหนักเข้าพื้นที่โซน B ได้แล้ว ลุยตัดสิ่งกีดขวางขนาดใหญ่
วอร์รูม “ก.แรงงาน” เร่งเครื่องจ่ายเงินเยียวยา เหยื่อแผ่นดินไหวแล้ว 17.4 ลบ.

ดู LIVE รายการ

X

เราใช้ คุ้กกี้ เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น