“ถาวร” ยันสรุปนิรโทษฯ 3 กลุ่มการเมือง เสียงข้างมากไม่รวมคดีโกง-ผิด 112 ควรสรุปจบใน 5 เดือน Top News รายงาน
ข่าวที่น่าสนใจ
วันที่ 25 มี.ค.2567 นายถาวร เสนเนียม แกนนำพรรครวมไทยสร้างชาติ ให้สัมภาษณ์ท็อปนิวส์ ถึงความคืบหน้าการศึกษาร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่บุคคลซึ่งได้กระทำความผิด อันเนื่องมาจากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง พ.ศ. ….” หรือ “ร่างพรบ.นิรโทษกรรมฯ ว่า จุดยืนของพรรครวมไทยสร้างชาติ เห็นว่าจะนิรโทษกรรมเฉพาะเสื้อเหลือง เสื้อแดง โดยไม่รวมเรื่องมาตรา 112 และคดีทุจริต พรรครวมไทยสร้างชาติมีความคิดตรงกันกับเสื้อเหลือง เสื้อแดงและกปปส. ว่ามูลเหตุจูงใจที่พี่น้องเสื้อแดง พี่น้องพันธมิตร และกปปส.ออกมาเคลื่อนไหว เพราะมีความเห็นขัดแย้งกันทางการเมือง กับผู้บริหารในขณะนั้น 3 กลุ่มนี้ถือว่ายุติ ตนจึงเสนอว่าเรื่องมาตรา 112 ควรแยกออกไปต่างหาก
เพราะจะทำให้ 3 กลุ่มนี้ล่าช้า และถูกตัดสิทธิไปเรื่อย ถูกดำเนินคดี ไม่เป็นผลดีต่อการสร้างบรรยากาศสมานฉันท์ พรรคก้าวไกลควรกลับไปทบทวนและถามตัวเองไม่ใช่ดันทุรัง แกนนำพรรคก้าวไกลต้องสำเหนียก ในสิ่งที่เกิดขึ้น การเป็นนักการเมืองต้องฟังประชาชน ฟังเสียงข้างมาก เพราะที่พรรคก้าวไกลจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ เพราะเสียงส่วนใหญ่ในสภาไม่เห็นด้วยกับมาตรา 112 ในส่วนคดีทุจริตไม่รวมอยู่ในกฏหมายนิรโทษกรรมอยู่แล้ว ไม่มีใครเห็นด้วยที่จะให้การนิรโทษกรรมในการกระทำความผิดที่ทุจริต การทุจริตเป็นวิกฤติของชาติ พวกพันธมิตรและกปปส. ถ้าไม่มีการทุจริตก็ไม่ออกมาก
ส่วนที่พรรคก้าวไกล ต้องการให้รวมความผิดในมาตรา 112 ไว้ในนิรโทษกรรมด้วยนั้น นายถาวร กล่าวว่า พรรคก้าวไกลมีวิธีคิดแก้ไขม. 112 มวลชนหรือแนวร่วมที่ออกมาเคลื่อนไหวโดยมีวัตถุประสงค์ชี้ชัดลงไปว่าล้มล้างสถาบัน และบั่นทอนสถาบันอันเป็นผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ ในมาตรา112 ตนยังไม่เห็นด้วยที่จะให้นิรโทษกรรม เพราะเหตุว่า การไปล้มล้างสถาบัน หมิ่นประมาท ดูหมิ่น อาฆาตมาดร้ายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่ใช่เป็นเรื่องของการเมือง เป็นเรื่องของการไม่ยอมรับสถาบัน
และไปใช้วิธีการที่กระทบกระเทือนต่อสถาบัน ซึ่งสถาบันไม่ได้กระทำผิดอะไรทางการเมืองเลย แต่คนพวกนี้เมื่อกระทำความผิดก็อ้างว่า เป็นความผิดทางการเมือง ความคิดทางการเมืองนอกจากฝ่ายบริหาร หรือองค์กรทางการเมือง ที่เป็นผู้บริหาร รับผิดชอบต่อประเทศ และกระทำผิดกฎหมายหรือทุจริต และการสู้กันในระบบรัฐสภา หรือตุลาการ ปรากฎว่าไม่สามารถที่จะดำเนินการให้เป็นที่แก้ไขปัญหาได้ เมื่อแก้ไขปัญหาไม่ได้ ก็ต้องออกมาเคลื่อนไหว นี่คือเสียงของประชาชน เมื่อพูดเสียงไม่ดัง รัฐไม่คำนึงถึงหลักนิติรัฐ ไม่คำนึงถึงหลักนิติธรรม ก็ต้องต่อสู้เพื่อบ่งบอกว่าประชาชนไม่เห็นด้วย เป็นการใช้สิทธิของพลเมือง ไม่เหมือนกับการกระทำความผิดมาตรา 112 แน่นอน
นายถาวร กล่าวว่า กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ได้รับอนุญาตให้ทำงานในกรอบ 90 วัน จากสภาฯ ขณะนี้ขอขยายไปอีก 60 วัน ภายใน 5 เดือนนี้ ควรทำให้เสร็จ แนวทางมีการศึกษากันมาแล้วอย่างน้อย 3 ครั้ง คือนายคณิต ณ นคร ช่วงปี 53-55 ต่อมาในยุคของการตั้งสภาปฏิรูปประเทศไทย ที่มีการรัฐประหารปี 2557 และในสภาปี 62-66 ก็ศึกษาแล้ว ซึ่งคิดตรงกัน ตนคิดว่าน่าจะเพียงพอ ที่จะได้แนวทางในการร่างกฎหมายนิรโทษกรรม ไม่ควรดึงเวลาอีกแล้ว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวล่าสุด
เราใช้ คุ้กกี้ เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น