“พท.” ซัดฝ่ายค้านตั้งแง่ “มาตรการกระตุ้นอสังหาฯ” หมกมุ่นกล่าวหารัฐเอื้อนายทุน เพราะมองภาพรวมเศรษฐกิจไม่ขาด

"พท." ซัดฝ่ายค้านตั้งแง่ "มาตรการกระตุ้นอสังหาฯ" หมกมุ่นกล่าวหารัฐเอื้อนายทุน เพราะมองภาพรวมเศรษฐกิจไม่ขาด ยันเป็นมาตรการแปรสภาพเงินลงทุนที่ถูกแช่แข็งให้กลับมาฟื้นเป็นสภาพคล่อง หมุนเวียนลงทุนต่อและสร้างผลกระเทือนทางเศรษฐกิจ

TOP News รายงานข่าว – นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ สส.บัญชีรายชื่อ และรองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า จากกรณีที่ สส.พรรคก้าวไกล ออกมาตั้งข้อสังเกตต่อมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาลที่ขยายเพดานมูลค่าที่อยู่อาศัยที่ได้สิทธิการลดค่าธรรมเนียมการโอนจาก 3 ล้านเป็น 7 ล้านว่าเป็นการเอื้อบริษัทอสังหาริมทรัพย์ นั้น ตนคิดว่าพรรคก้าวไกลต้องเลิกหมกมุ่นและตีทุกมาตรการของรัฐบาลเป็นการเอื้อนายทุนได้แล้ว เพราะรัฐบาลมุ่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่สร้างผลกระเทือนต่อการเติบโตเศรษฐกิจในวงกว้าง มิได้จำกัดเพียงรายเล็ก รายใหญ่ หรือนายทุนเจ้าใด ซึ่งธุรกิจภาคอสังหาริมทรัพย์ เป็นที่เข้าใจกันดีอยู่แล้วว่ามีผลกระทบกับห่วงโซ่การผลิตและการจ้างงานในวงกว้างที่สุดอุตสาหกรรมหนึ่ง ซึ่งการขยายเพดานการลดค่าธรรมเนียมไปถึงที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 7ล้านบาท ที่มีสต็อกคงค้างจำนวนมาก โดยปัจจุบันมีที่อยู่อาศัยรอการขาย ณ สิ้นปี 2566 อยู่ที่ 2.6 แสนยูนิต โดย 87% เป็นที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 7.5 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 9 แสนล้านบาท ซึ่งมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์นี้ จะช่วยเร่งแปรสภาพเงินลงทุนที่ถูกแช่แข็งอยู่ในระบบ หรือ ‘เงินจม’ ให้กลับมาฟื้นเป็นสภาพคล่อง สามารถเกิดการหมุนเวียนลงทุนต่อและสร้างผลกระเทือนทางเศรษฐกิจได้เพิ่ม หากจะให้ออกมาตรการเพียงเพื่อรองรับสินค้าราคาไม่เกิน 3 ล้านที่มีเหลือค้างอยู่น้อย คงไม่สมเหตุสมผล และอาจถูกวิจารณ์ว่าไม่เข้าใจสภาพตลาดแทน

ข่าวที่น่าสนใจ

ยันมาตรการรัฐบาลมุ่งให้เกิดการลงทุนใหม่สร้างรายได้เพิ่มแก่ท้องถิ่น

นายชนินทร์ กล่าวต่อว่า ส่วนที่มีการวิจารณ์ว่าการออกมาตรการเช่นนี้จะทำให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นขาดรายได้จากค่าธรรมเนียมการโอนนั้น ก็ต้องเข้าใจว่ามาตรการนี้คือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ความคาดหวังของรัฐบาลคือการผ่อนคลายบรรยากาศที่ฝืดเคือง หากไม่มีมาตรการใดๆและสินค้าเหล่านี้ไม่สามารถขายได้ ท้องถิ่นก็ไม่ได้ค่าธรรมเนียมเช่นกัน การเปิดโอกาสให้เกิดการซื้อขายที่คล่องตัวขึ้นต่างหาก จะก่อให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจอื่นๆเพิ่มเติมขึ้นมา เกิดการลงทุนใหม่ๆ และมีโอกาสสร้างรายได้ให้กับรัฐและองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นมากกว่า

“รัฐบาลที่เก่ง ต้องมองให้ขาด และมุ่งสร้างการขยายการเติบโตทางเศรษฐกิจให้ได้ เพราะจะสร้างรายได้ใหม่ที่เพิ่มเติมกลับมาให้รัฐ แต่หากมัวแต่หวงแหนผลประโยชน์ระยะสั้น หรือเกรงว่าคนนั้นคนนี้จะได้ประโยชน์แบบที่ฝ่ายค้านตั้งแง่ มาตรการใดๆคงไม่เกิด และประเทศคงเสียโอกาสอีกมากมาย” นายชนินทร์ กล่าว

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

“ภูมิใจไทย” จัดงานก้าวสู่ปีที่ 17 ปี พร้อมเปลี่ยนโลโก้เป็น “พรรคสีน้ำเงิน” ตัวจริง เดินหน้าการเมือง สันติ สามัคคี เทิดทูนสถาบัน
เกษตรกร ค้านแนวคิดนำเข้าเนื้อหมูสหรัฐ เสี่ยงกระทบวงจรเลี้ยงหมูพังทั้งประเทศ
ปชป.ครบรอบ 79 ปี "เฉลิมชัย" ลั่นนำพาพรรคเดินหน้าด้วยอุดมการณ์ มั่นใจ "ชินวรณ์" สู้ศึกลต.ซ่อมนครศรีฯ
แตกตื่น! หนุ่มวัย 27 สาดกระสุนในงาน “โคตรเปียก-ตะวันนา” ยิงคู่อริดับ 1 ราย ตร.บุกรวบทันควัน
ชาวอเมริกัน รวมตัวลุกฮือ ชุมนุมประท้วงต่อต้านนโยบาย "ทรัมป์"
"ผู้รับเหมา" มาตามนัด บุกทวงเงินค่าจ้าง หลังรับงานวางระบบไฟ "ตึกสตง." พบยอดค้างจ่ายหลายล้าน
"เมียนมา" เผยยอดผู้เสียชีวิต เหตุแผ่นดินไหว ทะลุ 3,471 ราย
เมียนมาเผยยอดดับ 'แผ่นดินไหว' เพิ่มเป็น 3,471 ราย .
จีนชี้ตลาดหุ้นทั่วโลกส่งสัญญานค้านมาตรการภาษีทรัมป์
ชาวอเมริกันทั่วประเทศชุมนุมประท้วงทรัมป์

ดู LIVE รายการ

X

เราใช้ คุ้กกี้ เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น