“บิ๊กเต่า” แย้มผลสอบ “เรือนํ้ามันหาย” ตำรวจยืนยันถังเก็บน้ำมัน ในเขตบ้านพักสัตหีบ ไม่เกี่ยวเรือเถื่อน

ตร.เคลื่อนไหวแจงยิบ ที่มาของถังน้ำมันหลังบ้านพักตร.น้ำ ยืนยันเป็นแท็งก์เก็บน้ำมันสำหรับเรือตรวจการณ์ที่ออกไปทำภารกิจ ไม่เกี่ยวกับน้ำเรือขนน้ำมัน 3 ลำ ที่หายไปอย่างที่หลายคนสงสัย ด้าน “บิ๊กเต่า” แย้มสัปดาห์หน้าเปิดแถลงผลการอบสวนตัวผู้ร่วมขบวนการช่วยเหลือ "เรือขนน้ำมัน" เถื่อนหลบหนี

จากกรณีเรือบรรทุกน้ำมันเถื่อน 3 ลำ ประกอบด้วยเรือ เจ.พี. บรรทุกน้ำมันเถื่อน 8 หมื่นลิตร / เรือซีฮอต บรรทุกน้ำมันเถื่อน 1 แสน 5 หมื่นลิตร / และเรือดาวรุ่ง บรรทุกน้ำมันเถื่อน 1 แสนลิตร รวมน้ำมันเถื่อน 3 แสน 3 หมื่นลิตร หายไประหว่างจอดเทียบท่ารอการดำเนินคดีบริเวณท่าเทียบเรือตำรวจน้ำ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เบื้องต้นเชื่อว่ามีเจ้าหน้าที่ร่วมกับขบวนการค้าน้ำมันเถื่อนลูบคม แอบมาขับเรือหลบหนีไป จน พลตำรวจโท จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ถึงกับควันขึ้นสั่งการให้ พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ลงไปตรวจสอบหาคนรับผิดชอบ เบื้องต้นสั่งย้าย พันตำรวจเอก อินทรัตน์ ปัญญา ผู้กำกับการ5 กองบังคับการตำรวจน้ำ พร้อม ลูกน้องรวม 4 นาย เข้ากรุ ศูนย์ปฏิบัติการกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยขาดจากตำแหน่งเดิม พร้อมส่งชุดสืบสวนกองปราบปราม ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง และสืบสวนติดตามเรือขนน้ำมันเถื่อนทั้ง 3 ลำ ที่หนีไป ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

 

บิ๊กเต่า แย้มผลสอบ เรือนํ้ามันหาย ตำรวจยืนยันถังเก็บน้ำมัน ในเขตบ้านพักสัตหีบ ไม่เกี่ยวเรือเถื่อน

 

 

 

ความคืบหน้าจากกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เมื่อเวลา 14.30 น. วานนี้ 15 มิถุนายน พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กล่าวถึงกรณีเรือน้ำมันเถื่อนหายไป 3 ลำ จากท่าเทียบเรือตำรวจน้ำสัตหีบ ว่า ขณะนี้เรื่องดังกล่าวมีความคืบหน้าไปมาก คาดว่าสัปดาห์หน้าจะชัดเจนมากขึ้น ขณะนี้รอผลการสรุปข้อมูลของตำรวจกองปราบปรามที่ลงไปทำงานในพื้นที่รายงานมาให้ทราบ ส่วนเรื่องการติดตามเรือทั้ง 3 ลำ ผู้บังคับบัญชาระดับ ตร. ประสานความร่วมมือไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อติดตามเรือทั้ง 3 ลำ อย่างเร่งด่วนแล้ว

ทั้งนี้ มีรายงานว่า จากการลงพื้นที่สัตหีบของตำรวจกองปราบปราม สืบสวนสอบสวนพยานแวดล้อมต่างๆ รวมทั้งตรวจสอบกล้องวงจรปิดย้อนหลังไป ก่อนที่จะมีเหตุเกิดขึ้น เพื่อดูว่าลูกเรือทั้งหมดเตรียมการล่วงหน้าอย่างไร ส่วนที่มีกระแสข่าวออกมาต่างๆ นานานั้น จากการตรวจสอบยังไม่พบว่ามีมูลความจริง ส่วนข้อมูลผลการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงทั้งหมดจะรวบรวมรายงานให้ พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ เพื่อแถลงความคืบหน้าเพื่อให้ข้อมูลเป็นไปในทางเดียวกัน

นอกจากนี้ มีรายงานจากกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ชี้แจงกรณีพบท่อน้ำ และท่อน้ำมันปลายสะพานท่าเทียบเรือตำรวจน้ำสัตหีบ ถังน้ำมันหลายถัง และปั๊มสูบน้ำมันบริเวณบ้านพักตำรวจน้ำสัตหีบว่า สำหรับท่อพลาสติกสีฟ้าคือ ท่อน้ำประปา ส่วนท่อเหล็กคือ ท่อน้ำมัน แต่เนื่องจากหัวจ่ายน้ำมันบริเวณสะพานชำรุดต้องใช้วิธีการนำถังสีขาวขนาด 1 พัน และ 2 พันลิตร ที่พบบริเวณบ้านพักตำรวจน้ำสัตหีบไปถ่ายน้ำมัน ไปเติมให้เรือที่จอดบริเวณสะพานท่าเทียบเรือ เมื่อต้องออกปฏิบัติภารกิจ

ข่าวที่น่าสนใจ

กรณีการกักเก็บน้ำมัน และการเบิกใช้น้ำมัน เนื่องจากจำนวนเรือสำหรับปฏิบัติภารกิจต่างๆ ของสถานีตำรวจน้ำ 3 กองกำกับการ 7 กองบังคับการตำรวจน้ำ มีจำนวน 3 ลำ น้ำมันที่ใช้ในภารกิจมาจากหลายงบประมาณ แบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือ

  • 1.ได้รับเป็นบัตรเติมน้ำมัน (Feed Card) ต้องใช้ถังไปรับจากปั๊มน้ำมันแล้วนำมาเติมเรือ
  • 2.เมื่อได้รับเป็นน้ำมันมาแล้วจะเก็บไว้ที่แท็งก์บริเวณหลังบ้านพักตำรวจน้ำสัตหีบ เมื่อมีภารกิจจะเติมน้ำมันใส่ถังขนไปเติมเรือที่สะพานท่าเทียบเรือ ส่วนที่พบปั๊มสูบน้ำมัน ปั๊มดังกล่าวใช้สำหรับดูดน้ำมันจากแท็งก์ใส่ถังแบ่ง แล้วนำไปเติมใส่เรืออีกครั้ง

ขณะที่ สถานีตำรวจน้ำศรีราชา พันตำรวจเอก ขจรยศ ทรงประดิษฐ์ ผู้บังคับการเรือ (สบ 4) รักษาการผู้กำกับสถานีตำรวจน้ำ 1 กองกำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจน้ำ (ตำรวจน้ำศรีราชา) ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีถังน้ำมัน ท่อน้ำ และท่อน้ำมันว่า สำหรับถังน้ำมันขนาดใหญ่ที่อยู่หลังบ้านพักตำรวจน้ำสัตหีบนั้น เป็นถังน้ำมันสำรองของตำรวจน้ำเอาไว้ใช้ในภารกิจสำคัญ โดยเฉพาะการเดินเรือในระยะไกล หรือไปหลายวัน ไม่ใช่น้ำมันของกลางของเรือ 3 ลำ ในส่วนของหน่วยที่มีท่าเทียบเรือใกล้ๆ จะขอติดตั้ง ไม่ว่าจะเป็นถังน้ำมันเชื้อเพลิงขนาด 1 หมื่น 5 พันลิตร เพื่อเอาไว้เป็นถังรับน้ำมันเชื้อเพลิงที่นำส่งจากคลังน้ำมันมายังตำรวจน้ำ ก่อนนำส่งต่อผ่านท่อไปยังท่าเทียบเรือเข้ามิเตอร์ที่ติดตั้งบริเวณท่าเทียบเรือ ก่อนจะส่งต่อลงเรือตามลำดับ

 

บิ๊กเต่า แย้มผลสอบ เรือนํ้ามันหาย ตำรวจยืนยันถังเก็บน้ำมัน ในเขตบ้านพักสัตหีบ ไม่เกี่ยวเรือเถื่อน

“หากมิเตอร์เสียก็ซ่อมบำรุงปกติ ถ้าหากจะเปลี่ยนตำรวจน้ำไม่สามารถเปลี่ยนเองได้ ต้องทำหนังสือแจงไปที่ ปตท. เพื่อให้ดำเนินการติดตั้งให้ใหม่ ส่วนภาพที่ปรากฏเกี่ยวกับการขนน้ำมันเข้ามานั้น เมื่อจัดซื้อน้ำมันจาก ปตท. จะโอนน้ำมันมาให้สถานี มีรถน้ำมันวิ่งจากคลังน้ำมันไออาร์พีซีนำมาส่งที่ตัวถังของสถานี เมื่อน้ำมันอยู่ในถังแล้วจะเป็นกระบวนการส่งต่อน้ำมันมาที่มิเตอร์บริเวณสะพาน ก่อนนำจ่ายต่อไป ขอยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับน้ำมันของกลาง ด้วยพื้นที่ดูแลของกลางมีกล้องวงจรปิด หากมีน้ำมันของกลางออกไปจะถูกบันทึกด้วยกล้องวงจรปิด อีกทั้งการตรวจสอบการดูแลรักษาของกลางจะมีหน่วย ปอศ. และกรมศุลกากรมาตรวจสอบว่าน้ำมันของกลางยังอยู่ในสภาพเดิม และจำนวนครบตามบัญชีของกลางหรือไม่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ปภ.ประชุมด่วน ผู้ให้บริการ 3 เครือข่ายมือถือ ซักซ้อม-ปรับวิธีส่งข้อมูลแจ้งเตือนภัยผ่าน SMS และ Cell Broadcast
"ยูเน็กซ์ อีวี" เปิดตัวแพลตฟอร์ม ขับเคลื่อนอัจฉริยะปฏิวัติอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในไทย พร้อมจับมือพันธมิตร ธุรกิจสร้างระบบนิเวศ EV ครบวงจร
"พาณิชย์–DITP" จัดกิจกรรมจับคู่เจรจาการค้าระหว่าง ผู้ส่งออกสินค้าน้ำตาล-น้ำตาลแปรรูปกับผู้นำเข้าฟิลิปปินส์
“การรถไฟฯ” แจง ผลตรวจเหล็ก สร้างรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน
"ผบ.ทบ." เยี่ยมหน่วยตรวจเลือกทหารภาคใต้ ย้ำทุกกระบวนการยึดตามระเบียบ โปร่งใส
นาทีเดือด "กลุ่ม ศปปส." ปะทะ "แกนนำกลุ่มแรงงานพม่า Bright future" หลังจะมาตั้งม็อบประท้วงหน้า UN
"กรมทางหลวงชนบท" โร่แจง ไม่เคยเป็นคู่สัญญากับ "บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 "
"ก.แรงงาน" เตรียมถกแนวทาง "หลักประกันค่าชดเชย" กรณีถูกเลิกจ้าง 9 เม.ย.นี้
จนท.นำเครื่องจักรหนักเข้าพื้นที่โซน B ได้แล้ว ลุยตัดสิ่งกีดขวางขนาดใหญ่
วอร์รูม “ก.แรงงาน” เร่งเครื่องจ่ายเงินเยียวยา เหยื่อแผ่นดินไหวแล้ว 17.4 ลบ.

ดู LIVE รายการ

X

เราใช้ คุ้กกี้ เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น